ราคาทองคำโลกทรงตัวในกรอบแคบช่วงเช้าวันพุธ หลังอ่อนตัวลงติดต่อกันสองวัน นักลงทุนลดสถานะบางส่วนก่อนสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เดือนกันยายนในคืนนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในช่วงที่เหลือของปี
ข้อมูล ณ เวลา 10.22 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ระบุว่า Gold Spot เคลื่อนไหวบริเวณ 4,167.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 6.70 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.16% ขณะที่ Trading Economics รายงานราคาใกล้เคียงกันบริเวณ 4,166 ดอลลาร์
แม้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวลดลงจากระดับสูงสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยีลด์ระยะสั้นซึ่งยังสะท้อนความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ประกอบกับราคาน้ำมันที่กลับมาสูงขึ้น ทำให้ราคาทองคำยังฟื้นตัวได้จำกัด
ทองปิดลบเป็นวันที่สองก่อนฟื้นเล็กน้อยในเอเชีย
ในการซื้อขายช่วงท้ายตลาดสหรัฐวันอังคาร Gold Spot อยู่บริเวณ 4,160.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.24% ขณะที่สัญญาทองคำ COMEX เดือนใกล้ส่งมอบปิดที่ 4,152.90 ดอลลาร์ ลดลง 12.90 ดอลลาร์ หรือ 0.31%
ราคาสัญญาทองคำจึงปิดลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน รวมสองวันลดลง 38.10 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.91% ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยเมื่อเข้าสู่ตลาดเอเชียเช้าวันพุธ
ตลาดโลหะมีค่าโดยรวมอยู่ในภาวะระมัดระวัง โดยราคาเงินสปอตในช่วงท้ายตลาดสหรัฐลดลงประมาณ 1.82% มาอยู่ใกล้ 59.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนก่อนทราบตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ
ดอลลาร์อ่อน แต่ยีลด์ระยะสั้นยังสะท้อนความเสี่ยงดอกเบี้ย
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวบริเวณ 102.09 จุด ลดลงประมาณ 0.1% หลังเจ้าหน้าที่เฟดบางรายส่งสัญญาณว่าอาจไม่จำเป็นต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่องไปถึงปีหน้า
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกหนึ่งครั้งภายในปีนี้อาจยังมีความเหมาะสม แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อในปี 2570
ถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวลดลง โดยยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดบริเวณ 5.216% และอายุ 30 ปีอยู่ที่ประมาณ 5.562%
อย่างไรก็ตาม ยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปียังคงอยู่ใกล้ 4.79% สะท้อนว่าตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี
น้ำมันกลับมาสูงขึ้นจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงตลาดเอเชีย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และความตึงเครียดระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน
น้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวใกล้ 94.8–95.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์อยู่บริเวณ 106.4–106.6 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.7–0.9%
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดน้ำมันส่งสัญญาณผสมในวันอังคาร เมื่อ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 0.4% ที่ 94.14 ดอลลาร์ แต่เบรนท์ลดลง 0.9% มาปิดที่ 105.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจลดลงช้ากว่าที่คาด และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เฟดยังคงพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ตลาดให้น้ำหนักเฟดคงดอกเบี้ยเดือนตุลาคม
ข้อมูลจากตลาดอัตราดอกเบี้ยระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 77% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม ขณะที่ความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคมยังอยู่ใกล้ 88%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดยังมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมค่อนข้างต่ำ แต่ยังคงเตรียมรับความเป็นไปได้ที่เฟดจะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี หากข้อมูลเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ก่อนหน้านี้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน ส่งผลให้กรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 3.75–4.00%
จับตา CPI สหรัฐ เวลา 19.30 น. คืนนี้
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI เดือนกันยายนในวันพุธที่ 14 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์จากหลายสำนักประเมินว่า CPI ทั่วไปอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6–3.7% เมื่อเทียบรายปี จาก 3.4% ในเดือนสิงหาคม โดยได้รับแรงผลักดันสำคัญจากราคาพลังงาน
ส่วน CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.5% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.4% ในเดือนก่อนหน้า
หลังจากนั้นในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ตลาดจะติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI ยอดค้าปลีก และจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน ก่อนติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดในวันศุกร์
ข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้ตลาดประเมินได้ชัดขึ้นว่า แรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานยังจำกัดอยู่ในดัชนีทั่วไป หรือเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ราคาสินค้าและบริการส่วนอื่นแล้ว
ราคาทองไทยล่าสุดลดลง 350 บาท
ด้านตลาดในประเทศ สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 5 เมื่อเวลา 10.34 น. ลดลง 50 บาทจากประกาศก่อนหน้า และลดลงรวม 350 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดวันก่อน
ทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 65,950 บาท และขายออกบาทละ 66,150 บาท ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% ฐานภาษีอยู่ที่บาทละ 64,627.08 บาท และขายออกบาทละ 66,950 บาท
ราคาประกาศดังกล่าวอ้างอิง Gold Spot บริเวณ 4,165.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33.54 บาทต่อดอลลาร์ โดยราคาทองไทยอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมตามความเคลื่อนไหวของราคาทองโลกและค่าเงินบาท
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำโลกทรงตัวใกล้ 4,165–4,168 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันพุธ หลังตลาดสหรัฐปิดลดลงเป็นวันที่สอง นักลงทุนชะลอการเพิ่มสถานะก่อนทราบ CPI สหรัฐคืนนี้
เงินดอลลาร์ที่อ่อนลงและยีลด์พันธบัตรระยะยาวที่ลดลงช่วยพยุงตลาดบางส่วน แต่ยีลด์ระยะสั้นและราคาน้ำมันที่กลับมาสูงขึ้นยังสะท้อนความเสี่ยงว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในเดือนธันวาคม
ผล CPI เวลา 19.30 น. คืนนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการประเมินทิศทางเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในลำดับถัดไป
หมายเหตุ: ราคาทองคำโลกเป็นข้อมูลช่วงประมาณ 10.20 น. และราคาทองไทยเป็นประกาศครั้งที่ 5 เวลา 10.34 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: สมาคมค้าทองคำ, Kitco, FXStreet, Trading Economics, U.S. Bureau of Labor Statistics, The Wall Street Journal และ GOLD.in.th


