ข่าวราคาทองคำ GOLD.in.th ประจำวันที่ 21 กันยายน 2569
ทองแกว่งเหนือ $4,370 น้ำมันร่วงต่อช่วยพยุงตลาด แต่ยีลด์สหรัฐยังใกล้ 5%
ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวเหนือ 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 หลังเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน ช่วยบรรเทาความกังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น
ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า Gold Spot เคลื่อนไหวบริเวณ 4,371 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.28% ระหว่างวัน หลังปิดตลาดวันศุกร์ที่ 4,383.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำยังรักษาพื้นที่เหนือ 4,350 ดอลลาร์ได้ แต่การฟื้นตัวถูกจำกัดจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่อยู่ใกล้ 5% ดอลลาร์ที่ยังทรงตัวในระดับสูง และการประเมินว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้
ราคาทองคำวันจันทร์เทียบกับราคาปิดสัปดาห์ก่อน
ราคาประมาณ 4,371 ดอลลาร์เป็นราคาอ้างอิงระหว่างการซื้อขายวันที่ 21 กันยายน แตกต่างจากราคาปลายตลาดสหรัฐวันศุกร์ที่ Kitco รายงานไว้ใกล้ 4,382.38 ดอลลาร์ และข้อมูลปิดวันที่ 18 กันยายนของ Trading Economics ที่ 4,383.45 ดอลลาร์
ช่วงต้นสัปดาห์ก่อน ทองคำเริ่มซื้อขายบริเวณ 4,340 ดอลลาร์ ก่อนลดลงทำจุดต่ำหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย จากนั้นฟื้นขึ้นแตะระดับประมาณ 4,400 ดอลลาร์ในวันศุกร์ และปิดสัปดาห์เป็นบวกครั้งแรกในรอบสี่สัปดาห์
การอ่อนตัวในวันจันทร์จึงเกิดขึ้นหลังจากทองคำฟื้นแรงสองวันติดต่อกัน ไม่ใช่การปรับลงต่อเนื่องจากช่วงหลังการประชุมเฟด
น้ำมันลดเป็นวันที่สี่ คลายแรงกดดันเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อตลาดทองคำ โดยน้ำมันดิบ WTI ลดลงมาเคลื่อนไหวใกล้ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์อยู่ใกล้ 102 ดอลลาร์ ลดลงมากกว่า 2% ระหว่างวัน
ราคาพลังงานลดลงท่ามกลางสัญญาณว่าซาอุดีอาระเบียอาจฟื้นการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West ได้บางส่วนภายในไม่กี่วัน รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลางและฟื้นฟูเส้นทางส่งออกพลังงาน
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอาจเปิดรับการพบปะกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ รวมถึงการหารือกับผู้นำประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อระยะสั้นและความจำเป็นที่เฟดจะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย แต่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียยังมีความไม่แน่นอน
บอนด์ยีลด์ใกล้ 5% ยังกดราคาทอง
แม้น้ำมันอ่อนตัว แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังเคลื่อนไหวใกล้ 4.997% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอยู่บริเวณ 100.24 จุด
ยีลด์ระดับสูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทองคำยังไม่สามารถรักษาราคาเหนือบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง
ตลาดจึงอยู่ระหว่างแรงหนุนจากน้ำมันที่ลดลงกับแรงกดดันจากดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ตลาดรอฟังเจ้าหน้าที่เฟดหลังขึ้นดอกเบี้ย
เฟดมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 16 กันยายน ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบประมาณสามปี
ประมาณการของเจ้าหน้าที่เฟดระบุว่า 16 จาก 18 คนยังคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี ขณะที่ตลาดการเงินให้น้ำหนักมากกว่าครึ่งต่อความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม
ในช่วงสุดสัปดาห์ นีล คัชคารี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิสระบุว่า เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงและแรงกดดันด้านราคาได้ขยายออกไปนอกเหนือจากผลกระทบของน้ำมันจากความขัดแย้งกับอิหร่าน
สัปดาห์นี้ตลาดจึงติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย เพื่อประเมินว่าผู้กำหนดนโยบายสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันในเดือนตุลาคม หรือเห็นควรรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยพยุงทองคำ
แม้ราคาน้ำมันลดลง แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ โดยการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีข้อจำกัด และความเสียหายต่อระบบขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียยังต้องใช้เวลาแก้ไข
ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังช่วยรักษาความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำยังยืนเหนือระดับก่อนการประชุมเฟดได้ แม้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อยู่ในระดับสูง
ตลาดยังติดตามการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของการหารือระหว่างสหรัฐ อิหร่าน และประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้
ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้เบาบางกว่าสัปดาห์ประชุมเฟด แต่ยังมีข้อมูลและเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อการประเมินดอกเบี้ย ได้แก่
- วันอังคาร: ถ้อยแถลงของฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด
- วันพุธ: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นเดือนกันยายนของ S&P Global และถ้อยแถลงของไมเคิล บาร์
- วันพฤหัสบดี: ผลประชุมธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
- วันศุกร์: ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนสิงหาคม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกนฉบับทบทวน
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตลาดประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ หลังข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคมทรงตัวจากเดือนก่อนและต่ำกว่าที่ตลาดคาด
ผลสำรวจสะท้อนความเชื่อมั่น แต่ไม่ใช่ข้อยืนยันราคา
ผลสำรวจทองคำรายสัปดาห์ของ Kitco ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์พบว่า นักวิเคราะห์ทั้ง 16 คนที่เข้าร่วมคาดว่าราคาทองคำจะปรับสูงขึ้นในสัปดาห์นี้
ด้านการสำรวจออนไลน์มีผู้ตอบ 220 คน โดย 58% คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น 24% คาดว่าจะลดลง และอีกประมาณ 19% คาดว่าจะเคลื่อนไหวทรงตัว
ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้ตอบในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวตามผลสำรวจ
ระดับราคาที่ตลาดติดตาม
ตลาดกำลังติดตามบริเวณ 4,370 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทองคำเคลื่อนไหวในวันจันทร์ หลังยังไม่สามารถรักษาระดับเหนือ 4,400 ดอลลาร์จากช่วงปลายสัปดาห์ก่อนได้
ด้านบน ตลาดติดตามพื้นที่ประมาณ 4,400–4,406 ดอลลาร์ และบริเวณ 4,446 ดอลลาร์ ส่วนด้านล่าง ตลาดติดตามบริเวณ 4,350–4,331 ดอลลาร์ ตามด้วยพื้นที่ใกล้ 4,300 ดอลลาร์
ระดับราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวเหนือ 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 21 กันยายน หลังปรับตัวลงเล็กน้อยจากราคาปิดวันศุกร์ โดยน้ำมันที่ลดลงเป็นวันที่สี่ช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อและประคองราคาทองคำเหนือ 4,350 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีที่ยังอยู่ใกล้ 5% ดอลลาร์ที่ทรงตัวในระดับสูง และความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ยังคงจำกัดการฟื้นตัวบริเวณ 4,400 ดอลลาร์
ตลาดในสัปดาห์นี้จะติดตามถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด ข้อมูล PMI จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รวมถึงความคืบหน้าทางการทูตในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลพร้อมกันต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ และทองคำ
หมายเหตุ
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูล
- Trading Economics
- Kitco News
- FXStreet
- Investing.com
- Federal Reserve
- GOLD.in.th


