ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ยังเคลื่อนไหวในภาวะผันผวน หลังตลาดรับผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.50%–3.75%
แต่ภาพรวมไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ตลาดบางส่วนคาด เพราะมีกรรมการเฟด 3 รายโหวตสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย และประธานเฟด Kevin Warsh ส่งสัญญาณว่ายังต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
ภาพรวมตลาดทองคำวันนี้จึงเป็นภาวะ “ดีดแรงแต่ยังไม่พ้นแรงกดดัน” หลังราคาทองคำดีดกลับในช่วงหลังผลประชุมเฟด แต่ต่อมาตลาดกลับมาประเมินว่าเฟดอาจยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน หากข้อมูลเงินเฟ้อและราคาพลังงานไม่ผ่อนลงชัดเจน
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่กลับมาดีดขึ้นจากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน ทำให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้ทองคำยังถูกจำกัดแรงฟื้นตัว แม้จะมีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ทองผันผวนแรง หลังเฟดคงดอกเบี้ย
รายงานจาก Kitco ระบุว่า สัญญาทองคำเดือนสิงหาคมปิดบวกที่ 4,065.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 29 กรกฎาคม หลังตลาดผันผวนแรงตลอดวันจากทั้งข่าวตะวันออกกลางและผลประชุมเฟด
ช่วงก่อนประกาศผลประชุม ราคาทองคำเคยถูกกดลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ หลังราคาน้ำมันดีดขึ้นแรงจากข่าวการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐ แม้การโจมตีดังกล่าวถูกสกัดไว้ได้ แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อ
หลังเฟดประกาศคงดอกเบี้ย ราคาทองคำดีดตัวขึ้นแรงมากกว่า 100 ดอลลาร์ในเวลาไม่นาน เพราะตลาดคลายความกังวลบางส่วนว่าเฟดไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยทันที อย่างไรก็ตาม แรงบวกเริ่มแผ่วลงหลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ถูกตีความว่าเอนไปทางเข้มงวด และมีกรรมการเฟด 3 รายโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย
ตลาดมองเฟดเป็น “คงดอกเบี้ยแบบยังเข้มงวด”
Reuters ระบุว่าตลาดการเงินมองผลประชุมรอบนี้เป็นลักษณะ “hawkish hold” หรือการคงดอกเบี้ยที่ยังเปิดทางต่อการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เพราะแม้เฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยทันที แต่จำนวนเสียงโหวตสวนถึง 3 รายสะท้อนว่าภายในคณะกรรมการยังมีความกังวลต่อเงินเฟ้อ
ประเด็นสำคัญคือ Warsh ระบุว่าเฟดจะไม่ยึดติดกับการคงนโยบายเดิม หากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อชี้ว่าจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม ตลาดจึงกลับมาให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไป โดยเฉพาะ Core PCE, GDP สหรัฐ และข้อมูลแรงงาน
หลังประชุมเฟด ตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนแกว่งตัวแรง สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อทิศทางนโยบายการเงิน และภาวะนี้ยังเป็นแรงกดดันต่อทองคำ เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำ
ทองอ่อนต่ำกว่า 4,050 ดอลลาร์ หลังตลาดประเมิน Fed Outlook ใหม่
Trading Economics รายงานว่าราคาทองคำอ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันพฤหัสบดี หลังตลาดคืนกำไรบางส่วนจากแรงดีดหลังผลประชุมเฟด
ปัจจัยสำคัญมาจากการที่นักลงทุนกลับมาประเมินว่า เฟดยังไม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลาย และยังอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ หากเงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้าหมาย โดยตลาดยังประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนในระดับสูงกว่าวันก่อนหน้า
แรงกดดันดังกล่าวทำให้ทองคำยังไม่สามารถกลับมายืนเหนือโซน 4,080–4,100 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง แม้จะมีแรงซื้อกลับหลังร่วงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ในวันก่อนหน้า
น้ำมันดีดกลับ เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ
อีกแรงกดดันสำคัญของทองคำคือราคาน้ำมัน หลังมีรายงานว่าสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่เพื่อตอบโต้การโจมตีต่อกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าอุปทานพลังงานโลกอาจเผชิญความเสี่ยงอีกครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดน้ำมัน
สำหรับทองคำ ความเสี่ยงน้ำมันมีผลสองด้าน ด้านหนึ่งช่วยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง หากราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง ตลาดจะกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัว และทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ
BoE คงดอกเบี้ย ตอกย้ำธีมดอกเบี้ยโลกยังตึง
นอกจากเฟดแล้ว ตลาดยังติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BoE ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนภาพดอกเบี้ยโลกที่ไม่ได้ผ่อนคลายมากนัก เพราะมีกรรมการ 3 รายสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย จากความกังวลว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานและผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้เงินเฟ้ออยู่สูงนานขึ้น
สำหรับตลาดทองคำ ประเด็นนี้ช่วยตอกย้ำว่าธนาคารกลางหลักยังไม่พร้อมส่งสัญญาณผ่อนคลายชัดเจน ทำให้แรงฟื้นตัวของทองคำยังถูกจำกัดจากภาพดอกเบี้ยโลกที่ยังเอนเข้มงวด
ภาพรวมราคา: ทองยังแกว่งในกรอบรอข้อมูลใหม่
ราคาทองคำล่าสุดยังพยายามยืนเหนือฐาน 4,000 ดอลลาร์ หลังช่วงก่อนหน้ามีแรงขายกดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว แต่ด้านบนยังติดโซน 4,080–4,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตลาดจับตาว่าราคาจะสามารถกลับขึ้นไปยืนได้หรือไม่
หากราคาทองคำยังยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้ ตลาดอาจมองว่าฐานระยะสั้นยังไม่เสีย และรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดถัดไปก่อนกำหนดทิศทางใหม่
แต่หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์อย่างชัดเจน แรงกดดันระยะสั้นอาจกลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรปรับสูงขึ้นจากความคาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ด้านบน หากราคากลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,080–4,100 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ภาพตลาดอาจเริ่มลดแรงกดดันระยะสั้น และกลับไปทดสอบโซนแนวต้านถัดไป แต่ในขณะนี้ตลาดยังรอปัจจัยยืนยันจากข้อมูลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐ
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
ข่าวที่ตลาดทองคำต้องติดตามต่อ
ช่วงต่อจากนี้ ตลาดทองคำจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ย และกดดันทองคำผ่านดอลลาร์กับยีลด์พันธบัตร
อีกตัวเลขที่ต้องติดตามคือ GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐ ซึ่งจะสะท้อนความแข็งแรงของเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดีและเงินเฟ้อไม่ลดลงชัดเจน เฟดอาจมีเหตุผลมากขึ้นในการคงท่าทีเข้มงวด
นอกจากนี้ ตลาดยังต้องติดตามสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่าน ราคาน้ำมัน ช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง เพราะหากราคาน้ำมันกลับมาพุ่งแรงอีกครั้ง ความกังวลเงินเฟ้ออาจกลายเป็นแรงกดดันหลักต่อทองคำอีกระลอก
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ยังเคลื่อนไหวผันผวน หลังเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75% แต่ตลาดตีความว่าเป็นการคงดอกเบี้ยแบบยังเข้มงวด เพราะมีกรรมการ 3 รายโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย และประธานเฟด Kevin Warsh ยังย้ำความสำคัญของข้อมูลเงินเฟ้อ
แม้ทองคำดีดแรงหลังผลประชุมเฟด แต่แรงบวกถูกจำกัดเมื่อราคาน้ำมันกลับมาดีดจากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน และตลาดยังประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
ภาพรวมระยะสั้น ทองคำยังพยายามรักษาฐาน 4,000 ดอลลาร์ แต่ยังต้องกลับไปยืนเหนือ 4,080–4,100 ดอลลาร์ให้ได้ จึงจะลดแรงกดดันระยะสั้นลง ขณะที่ข้อมูล Core PCE, GDP สหรัฐ และสถานการณ์น้ำมันจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำในช่วงถัดไป
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















