ราคาทองคำวันนี้ 18 มิ.ย. 2569 รีบาวด์แถว 4,320 ดอลลาร์ หลัง Fed ส่งสัญญาณเข้มกดตลาด
ราคาทองคำในตลาดโลกประจำวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เคลื่อนไหวในลักษณะรีบาวด์ระยะสั้น หลังถูกขายลงแรงจากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ที่คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าที่ตลาดต้องการเห็น โดยราคาล่าสุดเวลา 8.00 น. ตามเวลาประเทศไทย อยู่บริเวณ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ภาพรวมตลาดทองคำเปลี่ยนจากแรงฟื้นตัวก่อนประชุม Fed ไปสู่แรงขายทำกำไร หลัง Fed ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย และกรรมการบางส่วนยังมองว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ระยะสั้นดีดขึ้น ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
รายงานจาก Trading Economics ผ่าน TradingView ระบุว่า ราคาทองคำลดช่วงบวกลงมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,315 ดอลลาร์ หลัง Fed คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณว่าอาจมีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ หากเงินเฟ้อพื้นฐานยังสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
ด้าน Kitco PM Report รายงานว่า Spot Gold และ Silver ปรับตัวลงแรงหลัง Fed คงกรอบดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75% แต่ส่งสัญญาณเชิงเข้มงวดผ่านประมาณการดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดกลับมาประเมินว่าความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยยังไม่จบ
ไทม์ไลน์ตลาดทองคำ: จากลุ้นทะลุแนวต้าน สู่แรงขายหลัง Fed
การเคลื่อนไหวของทองคำในรอบนี้เป็นภาพต่อเนื่องจากแรงรีบาวด์ก่อนหน้า โดยราคาขึ้นมาทดสอบโซนสูงจากแรงหนุนดีลสหรัฐฯ–อิหร่าน ก่อนถูกกดดันกลับจากสัญญาณเชิงเข้มงวดของ Fed
ช่วงก่อน Fed: ทองคำได้แรงหนุนจากน้ำมันและยีลด์ที่อ่อนลง
ก่อนการประชุม Fed ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าดีลสหรัฐฯ–อิหร่านจะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดความเสี่ยงด้านพลังงาน และทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง ส่งผลให้ตลาดลดแรงกังวลต่อเงินเฟ้อจากพลังงาน
เมื่อราคาน้ำมันลดลง บอนด์ยีลด์และดอลลาร์จึงเริ่มผ่อนแรงบางส่วน ทำให้ทองคำสามารถฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือ 4,300 ดอลลาร์ และพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,365–4,380 ดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า
ช่วงประกาศ Fed: คงดอกเบี้ย แต่ Dot Plot เข้มกว่าคาด
Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ทองคำถูกขายคือรายละเอียดในถ้อยแถลงและประมาณการดอกเบี้ย โดยตลาดตีความว่า Fed ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และยังไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ชะลอลงตามเป้าหมาย
Kitco ระบุว่า การประชุมครั้งแรกของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน Fed จบลงด้วยมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ย แต่ประมาณการใหม่สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันในคณะกรรมการ โดยมีกรรมการจำนวนหนึ่งมองว่าดอกเบี้ยอาจต้องขยับสูงขึ้นในปี 2569
ช่วงหลัง Fed: ทองคำถูกขายลง ก่อนรีบาวด์กลับแถว 4,320 ดอลลาร์
หลังตลาดรับรู้ท่าทีของ Fed ราคาทองคำถูกขายลงจากโซนสูง โดยแรงกดดันมาจากยีลด์ระยะสั้นที่ดีดขึ้นและดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากตะวันออกกลางลดลงบางส่วน เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงยืนยันเจตนาจะเดินหน้าข้อตกลงเพื่อระงับความขัดแย้งและฟื้นฟูการค้าพลังงาน
อย่างไรก็ดี เช้าวันที่ 18 มิถุนายน ราคาทองคำเริ่มรีบาวด์กลับมาแถว 4,320 ดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงขายหลัง Fed เริ่มชะลอบางส่วน แต่ภาพรวมยังไม่ถือว่าแข็งแรงเต็มที่ เพราะราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญ 4,350–4,380 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน
จุดเปลี่ยนของข่าวนี้: ทองคำกลับมาถูกกำหนดโดย Fed มากกว่าฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ตลาดให้น้ำหนักกับดีลสหรัฐฯ–อิหร่านและราคาน้ำมันเป็นหลัก แต่หลังประชุม Fed ทิศทางทองคำกลับมาเคลื่อนไหวตามบอนด์ยีลด์ ดอลลาร์ และความคาดหวังดอกเบี้ยอีกครั้ง ทำให้แรงหนุนจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์ถูกลดความสำคัญลงในระยะสั้น
Fed ส่งสัญญาณเข้ม ทำให้ทองคำเสียโมเมนตัมระยะสั้น
แรงกดดันหลักต่อทองคำมาจากท่าทีของ Fed ที่เน้นความสำคัญของการควบคุมเงินเฟ้อ โดยเฉพาะถ้อยแถลงที่ตลาดตีความว่า Fed ยังไม่พร้อมผ่อนคลายนโยบาย และอาจต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย
บทวิเคราะห์จาก Kitco ระบุว่า Kevin Warsh ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคาอย่างชัดเจน และถ้อยแถลงของเขาทำให้ราคาทองคำคืนกำไรที่ทำไว้ในช่วงก่อนหน้า โดยตลาดตีความว่า Fed ได้เปลี่ยนจากคำถามว่า “ควรลดดอกเบี้ยหรือไม่” ไปเป็น “อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่”
ดอกเบี้ยสูงเพิ่มต้นทุนถือทองคำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนจะเปลี่ยนไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแทนทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดัน โดยเฉพาะเมื่อยีลด์ระยะสั้นปรับขึ้นตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยของ Fed
แรงซื้อ Safe Haven ลดลงหลังดีลสหรัฐฯ–อิหร่านยังเดินหน้า
อีกปัจจัยที่ทำให้ทองคำขาดแรงหนุนบางส่วนคือความคาดหวังว่าดีลสหรัฐฯ–อิหร่านยังเดินหน้า แม้สถานการณ์ยังต้องติดตาม แต่การที่ทั้งสองฝ่ายยังมีท่าทีจะลงนามและฟื้นฟูการค้าพลังงาน ทำให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ความตึงเครียดรุนแรง
ทองคำจึงเจอแรงกดดันสองทาง
ในระยะสั้น ทองคำเผชิญแรงกดดันทั้งจาก Fed ที่เข้มงวดขึ้น และแรงซื้อ Safe Haven ที่ลดลงจากความคาดหวังดีลตะวันออกกลาง ทำให้การรีบาวด์กลับขึ้นมายืนเหนือ 4,300 ดอลลาร์ยังต้องรอการยืนยันจากแรงซื้อเพิ่มเติม
Kitco ชี้ตลาดโลหะมีค่าถูกกดดันทั้งกระดาน
Kitco รายงานว่า ไม่ได้มีเพียงทองคำที่ปรับตัวลงหลัง Fed แต่เงินก็ถูกขายลงแรงเช่นกัน โดย Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,260.10 ดอลลาร์ หลังปิดตลาดวันพุธ ลดลง 1.65% ขณะที่ Spot Silver ลดลง 3.08% สะท้อนว่าแรงขายกระจายไปทั่วกลุ่มโลหะมีค่า
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า แม้ดีลสหรัฐฯ–อิหร่านจะช่วยให้ Brent ลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังร่วงแรงในช่วงก่อนหน้า แต่ตลาดยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจาก Fed มากกว่า เพราะสัญญาณดอกเบี้ยที่เข้มขึ้นกระทบทั้งโลหะมีค่า หุ้นกลุ่มเติบโต และสินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภทพร้อมกัน
น้ำมันลงไม่พอชดเชย Fed ที่เข้มขึ้น
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดแรงกังวลเงินเฟ้อบางส่วน แต่เมื่อ Fed ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อยังสูงและอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย ตลาดจึงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงดอกเบี้ยมากกว่าแรงหนุนจากน้ำมันที่อ่อนตัว
ตลาดกลับมาโฟกัส Real Yield และดอลลาร์
หลัง Fed ส่งสัญญาณเข้มงวด การเคลื่อนไหวของทองคำจึงกลับมาอิงกับผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริงและค่าเงินดอลลาร์เป็นหลัก หากทั้งสองตัวแปรยังแข็งแรง ทองคำอาจฟื้นตัวได้จำกัด แม้ยังมีแรงซื้อบางส่วนจากนักลงทุนระยะยาว
มุมมองระยะยาวยังมีแรงหนุน แต่ระยะสั้นต้องผ่านแนวต้าน
แม้ภาพระยะสั้นถูกกดดันจาก Fed แต่บางสำนักยังมองว่าภาพใหญ่ของทองคำยังไม่ได้จบ โดย Kitco อ้างมุมมองของ Wells Fargo ว่า ทองคำยังมีแรงหนุนจากความเสี่ยงเงินเฟ้อ การขาดดุลการคลัง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว
Wells Fargo มองว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ และยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อในระยะยาว หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ หนี้ภาครัฐ และความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างยังคงอยู่
ระยะสั้นกับระยะยาวต้องแยกกันให้ชัด
แม้ภาพระยะยาวของทองคำยังมีแรงหนุน แต่ภาพระยะสั้นยังต้องระวังแรงขายจากดอกเบี้ยและดอลลาร์ โดยเฉพาะเมื่อราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญ 4,350–4,380 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน
การรีบาวด์ยังต้องการสัญญาณยืนยัน
การที่ราคากลับมายืนแถว 4,320 ดอลลาร์ช่วยให้ภาพไม่แย่ลงมาก แต่ยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันขาขึ้นเต็มรูปแบบ เพราะตลาดยังต้องการเห็นราคากลับไปยืนเหนือโซน 4,350–4,380 ดอลลาร์ และรักษาฐานเหนือ 4,300–4,284 ดอลลาร์ให้ได้
ภาพเทคนิค gold.in.th: รีบาวด์เหนือ Pivot แต่ยังไม่แข็งแรง
มุมมองจาก บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 18 มิถุนายน 2569 ของ gold.in.th ระบุว่า ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะรีบาวด์ระยะสั้น หลังสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 4,300 ดอลลาร์ได้ โดยราคาล่าสุดตามบทวิเคราะห์อยู่บริเวณ 4,305–4,310 ดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเช้าวันนี้อยู่บริเวณ 4,320 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังไม่แข็งแรงเต็มที่ เพราะแม้ราคายืนเหนือ Pivot ระยะสั้นได้ แต่แรงซื้อยังไม่สามารถดันราคาผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,350–4,380 ดอลลาร์ ได้ชัดเจน ทำให้ตลาดยังอยู่ในภาวะ รีบาวด์แต่ต้องระวังแรงขายกลับ
4,300–4,284 ดอลลาร์คือฐานที่ต้องรักษา
gold.in.th ประเมินว่า จุดสำคัญของวันนี้อยู่ที่โซน 4,300–4,284 ดอลลาร์ หากราคายังยืนเหนือโซนนี้ได้ ภาพระยะสั้นยังมีโอกาสฟื้นตัวกลับไปทดสอบ 4,350 ดอลลาร์ และ 4,380 ดอลลาร์
หลุด 4,284 ดอลลาร์ ระวังแรงขายกลับ
หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,284 ดอลลาร์ ลงมา ภาพรีบาวด์จะเริ่มอ่อนลง และอาจเปิดทางให้ราคาย่อลงไปทดสอบ 4,186 ดอลลาร์ และ 4,121 ดอลลาร์ ตามลำดับ
แนวรับ–แนวต้านสำคัญที่ต้องติดตาม
แนวต้าน: 4,350 / 4,380 / 4,448 / 4,541 ดอลลาร์
โซนราคาปัจจุบัน: 4,310–4,320 ดอลลาร์
แนวรับสำคัญ: 4,300 / 4,284 / 4,202 / 4,186 / 4,121 / 4,040 ดอลลาร์
มุมมอง gold.in.th: ทองคำยังรีบาวด์ได้ แต่ต้องระวัง Fed กดดันต่อ
มุมมองของ gold.in.th ประเมินว่า ราคาทองคำประจำวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ยังอยู่ในช่วงรีบาวด์ระยะสั้น หลังยืนเหนือ Pivot สำคัญได้ แต่แรงซื้อยังไม่แข็งแรงพอที่จะยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบ
หากราคายังยืนเหนือ 4,300–4,284 ดอลลาร์ได้ ภาพระหว่างวันยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อไปทดสอบ 4,350–4,380 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุด 4,284 ดอลลาร์ลงมา ต้องระวังแรงขายหลัง Fed กลับมากดดัน และอาจเห็นราคาถอยลงสู่ 4,202–4,186 ดอลลาร์ หรือ 4,121 ดอลลาร์ได้
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามราคาทองคำไทยแบบอัปเดต สามารถดูได้ที่หน้า ราคาทองคำวันนี้ และติดตามข้อมูลกองทุนทองคำเพิ่มเติมได้ที่หน้า SPDR Gold Shares ของ gold.in.th
สรุปภาพรวมราคาทองคำประจำวันที่ 18 มิถุนายน 2569
โดยสรุป ราคาทองคำวันนี้รีบาวด์กลับมาแถว 4,320 ดอลลาร์ หลังถูกขายลงจากสัญญาณเชิงเข้มงวดของ Fed ที่แม้จะคงดอกเบี้ย แต่เปิดทางต่อความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ตลาดจึงกลับมาให้น้ำหนักกับบอนด์ยีลด์ ดอลลาร์ และถ้อยแถลงเรื่องเงินเฟ้อของ Fed มากกว่าปัจจัยดีลสหรัฐฯ–อิหร่านในระยะสั้น
มุมมองของ gold.in.th: จุดสำคัญวันนี้อยู่ที่การรักษาฐาน 4,300–4,284 ดอลลาร์ หากยังยืนได้ ทองคำมีโอกาสรีบาวด์กลับไปทดสอบ 4,350–4,380 ดอลลาร์ แต่หากหลุด 4,284 ดอลลาร์ ต้องระวังแรงขายกลับลงไปหา 4,202–4,186 ดอลลาร์ และ 4,121 ดอลลาร์
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ






















