หน้าแรกห้องเรียนทองคำราคาทองโลกกับราคาทองไทย ต่างกันเพราะอะไร

ราคาทองโลกกับราคาทองไทย ต่างกันเพราะอะไร

- Advertisement -

ห้องเรียนทองคำ ตอนที่ 2: ราคาทองโลกกับราคาทองไทย ต่างกันเพราะอะไร

หลังจากบทแรกเราได้ปูพื้นกันไปแล้วว่า “ทองคำ” ในโลกการลงทุนไม่ได้มีแค่สนามเดียว บทนี้เราจะขยับมาอีกขั้นสู่คำถามที่คนไทยสงสัยกันบ่อยมากที่สุดข้อหนึ่ง นั่นคือ

ทำไมราคาทองโลกกับราคาทองไทยถึงไม่เท่ากันตรง ๆ

หลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้
เมื่อคืนราคาทองโลกขึ้นแรง แต่เช้ามาราคาทองไทยขึ้นไม่มาก
หรือบางวันทองโลกดูนิ่ง ๆ แต่ราคาทองในประเทศกลับขยับแรงกว่าที่คิด

ถ้ามองผิวเผิน เรื่องนี้อาจดูเหมือนแปลก แต่ในความจริงมันเป็นเรื่องปกติของตลาด เพราะ ราคาทองไทยไม่ใช่การเอา Gold Spot มาแปลงเป็นเงินบาทแบบเส้นตรงเพียงอย่างเดียว หากยังมีปัจจัยอีกหลายชั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งค่าเงินบาท ค่าพรีเมียม มาตรฐานทองคำในประเทศ และสภาวะซื้อขายจริงในตลาดไทยด้วย

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ
ทองโลกเป็นต้นน้ำ แต่ราคาทองไทยคือราคาที่ผ่านการแปลความตามสภาพตลาดไทยแล้ว

ทำไมหลายคนถึงสับสนระหว่าง “ทองโลก” กับ “ทองไทย”

ความสับสนเกิดขึ้นเพราะเวลาสื่อหรือคนในตลาดพูดคำว่า “ทอง” เรามักนึกว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่จริงแล้ว คนละหน้าจออาจกำลังพูดถึงคนละฐานราคา

ฝั่งหนึ่งคือ Gold Spot ซึ่งเป็นราคาสำคัญของตลาดทองโลก ขณะที่อีกฝั่งคือ ราคาทองคำในประเทศ ที่สมาคมค้าทองคำประกาศใช้กับทองคำแท่งและทองรูปพรรณในบริบทไทย โดยสมาคมค้าทองคำเองก็อธิบายไว้ว่า ราคาทองในไทยถูกกำหนดและประกาศโดยสมาคม และมีการปรับได้หลายครั้งในวันตามการเคลื่อนไหวของตลาดโลกที่เป็น real time

ดังนั้น เวลาคนพูดว่า “ทองขึ้น” สิ่งแรกที่ต้องถามกลับในใจคือ
ขึ้นในตลาดไหน และขึ้นในหน่วยราคาแบบใด

เพราะถ้าจุดตั้งต้นยังไม่ชัด การวิเคราะห์ต่อทั้งหมดมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ง่ายมาก

Gold Spot คือฐานราคาสำคัญของทองโลก

LBMA อธิบายว่า ตลาดโลหะมีค่าระหว่างประเทศซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งแบบ spot และแบบกำหนดส่งมอบในอนาคต โดยตลาดทองคำโลกส่วนสำคัญเป็นตลาด OTC และลอนดอนเป็นศูนย์กลางสำคัญของการชำระราคาและการถือ bullion ในระบบนี้

ในทางปฏิบัติ คนจำนวนมากจึงใช้ Gold Spot เป็นเสมือน “ภาษากลาง” ของราคาทองโลก ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน นักวิเคราะห์ หรือผู้ค้าทอง เพราะมันช่วยสะท้อนทิศทางของทองคำในระดับสากลได้รวดเร็วและต่อเนื่อง

แต่จุดสำคัญคือ Gold Spot ยังไม่ใช่ราคาทองไทยโดยตรง
มันเป็นเพียงฐานอ้างอิงสำคัญที่ต้องถูก “แปลง” ผ่านปัจจัยของไทยอีกหลายชั้นก่อนจะกลายมาเป็นราคาที่คนไทยเห็นหน้าร้านหรือบนเว็บไซต์ประกาศราคา

ค่าเงินบาทคือสะพานที่เชื่อมทองโลกมาสู่ราคาทองไทย

แม้ทองโลกจะซื้อขายกันเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคาทองไทยซื้อขายกันเป็นเงินบาท นั่นหมายความว่า ต่อให้ราคาทองโลกไม่เปลี่ยนเลย แค่ค่าเงินบาทขยับ ราคาทองในประเทศก็มีโอกาสเปลี่ยนตามได้ทันที

สมาคมค้าทองคำอธิบายไว้ชัดว่า ในการคำนวณราคาทองในประเทศ จะใช้อัตราการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่นเดียวกับ Gold Spot และมีการพิจารณาทั้งฝั่ง bid และ ask ด้วย

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยก็เผยแพร่อัตราแลกเปลี่ยนทางการของเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐรายวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าเพียงตัวแปรค่าเงินก็มีการเปลี่ยนทุกวันอยู่แล้ว

ตรงนี้เองที่ทำให้คนไทยต้องมองทอง “สองชั้น” เสมอ
ชั้นแรกคือ ทองโลกขึ้นหรือลง
ชั้นที่สองคือ ตอนนั้นเงินบาทแข็งหรืออ่อน

ถ้าทองโลกขึ้น แต่เงินบาทแข็งขึ้นมากในเวลาเดียวกัน ราคาทองไทยอาจขึ้นน้อยกว่าที่หลายคนคาด
ในทางกลับกัน ถ้าทองโลกทรงตัว แต่เงินบาทอ่อน ราคาทองไทยก็อาจดูแข็งกว่าตลาดโลกได้เช่นกัน

ค่าพรีเมียมและต้นทุน คือส่วนที่คนทั่วไปมักมองไม่เห็น

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ราคาทองไทยไม่เท่ากับราคาทองโลกแบบตรงตัว คือเรื่อง premium หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกทองคำ

สมาคมค้าทองคำอธิบายว่า premium รวมถึงต้นทุนต่าง ๆ เช่น ค่าขนส่ง ค่าความเสี่ยง ดอกเบี้ยธนาคาร และค่าประกันภัย โดยเมื่อนำทองจากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย ก็ต้องเอาราคา Spot มาบวก premium เหล่านี้เข้าไปด้วย และในภาวะผิดปกติ premium หรือ discount อาจแกว่งแรงกว่าปกติได้มาก

นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางช่วงที่ตลาดโลกผันผวนมาก ราคาทองไทยอาจตอบสนองเร็วหรือแรงกว่าที่คนดูแต่ Spot คาดไว้ เพราะในโลกจริง ราคาที่ร้านทองหรือผู้นำเข้าต้องเผชิญ ไม่ได้มีแค่ตัวเลข “ทองโลกตอนนี้เท่าไร” แต่ยังมีต้นทุนและความเสี่ยงของการเคลื่อนย้ายทองเข้าระบบไทยด้วย

ทองไทย 96.5% ไม่ใช่ทอง 99.99% แบบเดียวกับตลาดโลก

อีกเรื่องที่สำคัญมาก แต่คนทั่วไปมักมองข้าม คือ มาตรฐานของสินค้าไม่เหมือนกัน

สมาคมค้าทองคำอธิบายว่า ทองคำแท่งในไทยใช้หน่วยน้ำหนักแบบ “บาททองคำ” โดยทองคำแท่ง 1 บาท มีน้ำหนัก 15.244 กรัม ขณะที่ทองรูปพรรณมาตรฐานที่ใช้ซื้อขายทั่วไปในไทยคือความบริสุทธิ์ 96.5% และทองรูปพรรณ 1 บาท มีน้ำหนัก 15.16 กรัม

นั่นหมายความว่า เวลาคนไทยพูดถึง “ทองบาทละเท่าไร” เราไม่ได้กำลังพูดถึงสินค้าแบบเดียวกับทองคำมาตรฐานสากลที่นิยมอ้างอิงกันในหน่วยทรอยออนซ์และความบริสุทธิ์สูงมากในตลาดโลกเสมอไป

ดังนั้น หากเอาราคาทองโลกที่อ้างอิงสินค้ามาตรฐานสากล มาเทียบกับราคาทองไทยแบบไม่ปรับฐานเลย ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ง่าย เพราะแม้จะเป็น “ทอง” เหมือนกัน แต่สินค้าที่ใช้ซื้อขายจริงมีทั้งความบริสุทธิ์ หน่วยน้ำหนัก และโครงสร้างต้นทุนที่ต่างกัน

Demand และ Supply ในประเทศก็มีผลต่อราคาทองไทย

อีกจุดที่หลายคนไม่ค่อยนึกถึงคือ ราคาทองไทยไม่ได้ขยับตามต่างประเทศแบบกลไกอัตโนมัติอย่างเดียว แต่ยังต้องสะท้อนภาวะซื้อขายจริงในประเทศด้วย

สมาคมค้าทองคำระบุว่า คณะกรรมการควบคุมราคาทองของสมาคม นอกจากจะพิจารณา Gold Spot, premium และค่าเงินบาทแล้ว ยังต้องคำนึงถึง Demand / Supply ภายในประเทศ ด้วย เพื่อให้ราคาที่ประกาศสะท้อนภาวะตลาดจริงในช่วงเวลานั้น

ประโยคนี้สำคัญมาก เพราะมันบอกเราว่า ราคาทองไทยไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์แข็งตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “ราคาตลาด” ที่ต้องตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้เล่นจริงในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้า ร้านทอง ร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก หรือผู้ลงทุนรายใหญ่รายย่อย

ตรงนี้เองที่ทำให้ราคาทองไทยมี “บุคลิก” ของตัวเองอยู่เสมอ

ทำไมบางวันทองโลกขึ้น แต่ทองไทยขึ้นไม่เท่ากัน

เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน เราจะเริ่มเห็นคำตอบชัดขึ้นว่า ทำไมราคาทองโลกกับราคาทองไทยถึงไม่เดินเหมือนเงาสะท้อนกันแบบเป๊ะ ๆ

สาเหตุหลักมีอย่างน้อย 4 เรื่อง
เรื่องแรก Gold Spot เป็นเพียงฐานอ้างอิง
เรื่องที่สอง ค่าเงินบาทเปลี่ยนได้ตลอด
เรื่องที่สาม มี premium และต้นทุนอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
และเรื่องที่สี่ คือราคาทองไทยยังต้องสะท้อน Demand / Supply ภายในประเทศด้วย

เพราะฉะนั้น เวลาทองโลกขึ้น แต่ทองไทยขึ้นไม่มาก อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าราคาทองไทย “ผิด” หรือ “วิ่งไม่ตามโลก”
บางครั้งคำอธิบายอาจง่ายกว่านั้นมาก คือ
เงินบาทแข็งขึ้น
หรือ โครงสร้างต้นทุนในวันนั้นเปลี่ยน
หรือ ภาวะซื้อขายในประเทศยังไม่ผลักราคาขึ้นไปในระดับเดียวกัน

ในทางกลับกัน ถ้าทองไทยขึ้นแรงกว่าที่คิด ก็อาจสะท้อนผลของเงินบาทอ่อนหรือแรงซื้อในประเทศที่เข้ามาเสริมอยู่ด้วย

สรุป: ทองโลกคือเข็มทิศ แต่ราคาทองไทยมีภาษาของตัวเอง

ถ้าจะสรุปบทนี้ให้สั้นที่สุด อาจสรุปได้ว่า

ทองโลกคือเข็มทิศของตลาดทองคำ
แต่ ราคาทองไทยคือราคาที่แปลออกมาแล้วในบริบทของไทย

มันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Gold Spot อย่างเดียว แต่ยังต้องผ่าน

  • ค่าเงินบาท
  • ค่าพรีเมียมและต้นทุน
  • มาตรฐานทองไทย 96.5%
  • หน่วยน้ำหนักแบบบาททองคำ
  • และ Demand / Supply ภายในประเทศ

เมื่อเข้าใจจุดนี้แล้ว เวลาคุณเห็นข่าวว่าทองโลกพุ่งหรือทองโลกย่อตัว คุณจะไม่รีบตีความแบบเส้นตรงอีกต่อไป แต่จะเริ่มถามคำถามที่ถูกต้องมากขึ้นว่า

แล้วค่าเงินบาทเป็นอย่างไร
แล้วราคาทองไทยจะตอบสนองแบบไหน
แล้วตลาดในประเทศกำลังอยู่ในภาวะใด

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการอ่าน “ทองไทย” อย่างเข้าใจจริง มากกว่าการดูแค่ตัวเลขบนหน้าจอ

จำให้ขึ้นใจ: ราคาทองไทยไม่ได้อิง Gold Spot แบบตรงตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท ค่าพรีเมียม มาตรฐานทอง 96.5% และภาวะซื้อขายในประเทศด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -