หน้าแรกข่าวทองคำทองคำฟื้นหลังข่าวหยุดยิงอิหร่าน: มุมมองตลาดเริ่มดีขึ้น

ทองคำฟื้นหลังข่าวหยุดยิงอิหร่าน: มุมมองตลาดเริ่มดีขึ้น

- Advertisement -

ทองคำไม่ได้แพ้ “ข่าวดี” แต่กำลังกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ตลาดอ่านอย่างมีเหตุผลอีกครั้ง

บทบรรณาธิการโดย gold.in.th

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตลาดทองคำกำลังส่งสัญญาณที่น่าสนใจมากกว่าการขึ้นหรือลงของราคาเพียงอย่างเดียว นั่นคือ ตลาดเริ่มกลับมามองทองคำด้วยกรอบคิดที่ซับซ้อนกว่าเดิม หลังข่าวการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านช่วยให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายลง และทำให้ทั้งนักวิเคราะห์ฝั่ง Wall Street และนักลงทุนฝั่ง Main Street มีท่าทีเปิดรับทองคำมากขึ้น แม้จะยังระวังความไม่แน่นอนของสันติภาพที่เปราะบางอยู่ก็ตาม

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ปฏิกิริยาของตลาดครั้งนี้ไม่ได้เดินตามสูตรเก่าว่า “สงคราม = ทองขึ้น” หรือ “หยุดยิง = ทองลง” แบบตรงไปตรงมา เพราะในความเป็นจริง ทองคำในรอบนี้ถูกกดดันอย่างหนักในช่วงสงครามจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น เงินเฟ้อที่เร่งตัว และการที่ตลาดลดความหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อแรงกดดันเหล่านี้เริ่มคลายลงหลังมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ราคาทองจึงฟื้นตัวกลับมาได้ ไม่ใช่เพราะความกลัวเพิ่มขึ้น แต่เพราะ “แรงกดด้านมหภาค” เริ่มลดลงต่างหาก

Reuters รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 ราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 0.8% มาที่ 4,740.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดบวก 2% ที่ 4,777.20 ดอลลาร์ หลังตลาดรับข่าวการพักรบ 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมาพร้อมกับราคาน้ำมันที่ร่วงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง ปัจจัยทั้งสองอย่างนี้ช่วยให้ทองคำกลับมาน่าสนใจขึ้นทันทีในสายตานักลงทุนทั่วโลก

แต่ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าว AP และ Reuters ก็เตือนตรงกันว่า บรรยากาศเชิงบวกนั้นยังไม่ใช่ความสบายใจแบบเต็มร้อย เพราะแม้ตลาดหุ้นโลกจะตอบรับข่าวหยุดยิงด้วยการฟื้นตัวแรง ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลงจากจุดพุ่งสูงก่อนหน้า ทว่าเมื่อเข้าสู่วันที่ 10 เมษายน ตลาดเริ่มกลับมาอยู่ในโหมดระแวดระวังอีกครั้ง ก่อนการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปากีสถาน โดยยังมีประเด็นค้างคาเรื่องการโจมตีในเลบานอน เงื่อนไขทางการเมือง และความไม่แน่นอนเรื่องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังต่ำกว่าภาวะปกติอย่างมาก

นั่นทำให้ทองคำในเวลานี้อยู่ในสถานะที่น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วย “ความตื่นตระหนก” อย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังถูกตีราคาผ่านสมการใหม่ที่ประกอบด้วย 4 ตัวแปรสำคัญ ได้แก่ ราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด หากหยุดยิงยืนระยะได้ น้ำมันมีโอกาสอ่อนลง ดอลลาร์อ่อนต่อ และแรงกดดันเงินเฟ้อค่อย ๆ ผ่อนคลาย ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่หนุนทองคำมากกว่าที่หลายคนคาดในแวบแรก

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่กล้าปักใจเชื่อในฉากจบที่สวยงาม เพราะข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นแรงที่สุดในรอบเกือบ 4 ปีจากแรงกระแทกด้านพลังงาน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังทรงตัวในระดับสูง และเจ้าหน้าที่เฟดบางส่วนยังส่งสัญญาณว่าหากเงินเฟ้อไม่ยอมลง ก็อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่ตลาดหวัง ฉะนั้น ต่อให้ความเสี่ยงสงครามเบาบางลง ทองคำก็ยังไม่ใช่ตลาดที่ “ปลอดโปร่ง” เสียทีเดียว

ในมุมของ gold.in.th ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่คำถามว่าข่าวหยุดยิงเป็นบวกหรือลบต่อทองคำ แต่คือคำถามว่า หลังจากนี้ ตลาดจะเชื่อว่าความตึงเครียดคลี่คลายจริงหรือไม่ หากคำตอบคือ “ใช่” ทองคำอาจได้แรงส่งต่อจากดอลลาร์ที่อ่อนลงและความหวังเรื่องดอกเบี้ย แต่หากคำตอบคือ “ยังไม่แน่” ทองก็ยังมีเหตุผลเพียงพอที่จะถูกถือไว้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงต่อไป

กล่าวอีกแบบหนึ่ง ทองคำไม่ได้เสียบทบาทจากการหยุดยิงครั้งนี้ ตรงกันข้าม มันกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าในโลกที่เปราะบาง ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ตลาดพร้อมกลับมาหาเสมอ เพียงแต่รอบนี้ ตลาดไม่ได้ซื้อทองเพราะกลัวอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะเริ่มเห็นว่าเงื่อนไขมหภาคอาจกลับมาเข้าทางทองอีกครั้ง

เครดิตต้นทาง / เรียบเรียงประกอบจาก: Kitco News, Reuters, Associated Press (AP)

หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -