ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ โดยล่าสุด ทองคำพุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากมีการพักตัวสั้น ๆ ในช่วงก่อนหน้า ส่งสัญญาณว่าทองคำกำลังมุ่งสู่ ผลตอบแทนรายเดือนมากกว่า +25% ซึ่งจะเป็นผลงานรายเดือนที่ดีที่สุดตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1980
ปัจจัยสำคัญที่หนุนการขึ้นครั้งนี้ ได้แก่:
📌 1. ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า
เงินบาทอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนในทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก
📌 2. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ความตึงเครียดทางการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงมาตรการภาษีสินค้านำเข้าที่ขยายตัวจากสหรัฐฯ ภายใต้มาตรการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้นักลงทุนเทเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น
📌 3. ความคาดหวังต่อแนวโน้มตลาด
แม้จะเกิดการปรับฐานชั่วคราวหลังการปรับขึ้นอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์มองว่าความไม่แน่นอนในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้ทองคำยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนในฐานะ Hedge หรือสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
📊 สรุปแนวโน้ม
ทองคำกำลังเผชิญกับ การเติบโตรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนและปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ – การเมืองทั่วโลก ซึ่งทำให้ “ทองคำ” ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของนักลงทุนที่ต้องการปกป้องพอร์ตการลงทุนในช่วงความไม่แน่นอนเช่นนี้
💬 สรุปความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ตลาด
🔹 แนวโน้มตลาดทองคำยังแข็งแกร่ง
- ราคาทองคำพุ่ง ทำระดับสูงสุดใหม่ อยู่เหนือ $5,500/oz ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น
- นักกลยุทธ์จาก JPMorgan กล่าวว่าหากนักลงทุนปรับสัดส่วนทองคำในพอร์ตเพิ่มขึ้น อาจทำให้ราคาทองคำไต่ขึ้นไปถึง $8,000–$8,500 ได้ในระยะต่อไป แม้จะมีโอกาสเกิด การปรับฐานระยะสั้น ก็ตาม
🔹 ความเห็นจากตลาดอื่น ๆ
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ยังคงเป็นตัวเร่งให้ทองคำขึ้นราวกับ ทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Safe-Haven Asset) ซึ่งมีแรงซื้อมาจากนักลงทุนที่กังวลต่อความไม่แน่นอนในตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์
- UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำปี 2026 ขึ้นเป็นระดับที่สูงกว่าเดิม เนื่องจากความกังวลต่อค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และการเข้าซื้อจากกองทุน ETF และสถาบันต่าง ๆ เพิ่มขึ้น






















