ราคาทอง 8/9/68
โดย : ฮั่วเซ่งเฮง
แนวโน้มราคาทองขาขึ้น
ทองปิดบวก $40.64 ขานรับ NFP แผ่ว , บอนด์ยีลด์และดอลลาร์ร่วง ขณะที่ BoA ชี้เฟดอาจทำ QE
ราคาทองโลกอยู่ในระยะขาขึ้นต่อเนื่อง แต่ระยะสั้นมีแนวโน้มไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 3,600 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกมีโอกาสปรับตัวลงระยะสั้นทดสอบแนวรับที่ 3,555 ดอลลาร์ และอาจฟื้นตัวเป็นขาขึ้นต่อ แต่หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 3,535 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับสู่ระยะปรับฐานลง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ : 3,555 และ 3,535 ดอลลาร์ แนวต้าน : 3,600 และ 3,620 ดอลลาร์
ราคาทองโลกอยู่ในระยะขาขึ้น แนะนำใช้
กลยุทธ์ย่อเก็บสะสมจากแนวรับที่ระดับ 3,555 ดอลลาร์ และขายทำกำไรหากราคาขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 3,600 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 3,535 ดอลลาร์ แนะนำขายตัดขาดทุนไปก่อน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 54,150 และ 53,950 บาท แนวต้าน : 54,500 และ 54,600 บาท
ราคาทองในประเทศอยู่ในระยะ Sideway Upจากการที่ทองโลกเป็นขาขึ้น แต่ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงแนะนำเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 54,150 บาท และขายทำกำไรหากราคาทองทดสอบแนวต้านที่ 54,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 53,950 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลกยังคงรักษาระยะขาขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงสู่ระดับ 97.7 หน่วย จากระดับ 98.2 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 สู่ระดับ 4.07% จาก 4.27%
สืบเนื่องมาจากสหรัฐฯ เผยตัวเลข Non Farm Payroll ออกมาที่ 22,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ส่งผลให้ตลาด CME FedWatch ออกมาปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ก.ย. , ต.ต. และ ธ.ค. ตามลำดับ จากเดิมที่ 2 ครั้ง
ในขณะที่ นาย Michael Hartnett นักยุทธศาสตร์จาก Bank of America ได้กล่าวว่า ตราบใดที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง มีแนวโน้มที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จะปรับตัวลงสู่ 4% และเฟดอาจเข้าแทรกแซงด้วยมาตรการต่างๆ เช่น การพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบ (Quantitative Easing หรือ QE)
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ จากข้อมูลของ Metals Focus บริษัทที่ปรึกษาด้านโลหะ ได้คาดการณ์ว่าปริมาณการซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางในปี 2568 จะซื้อเพิ่มอีก 900 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2559-2564 ถึงสองเท่าที่ 457 ตัน
ในขณะที่กองทุน Gold ETF มีการไหลเข้าของเงินทุนถึง 397 ตันในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. ซึ่งเป็นการไหลเข้าในช่วงครึ่งปีแรกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองเท่าเดิม รวมสุทธิ 981.97 ตัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
ดุลการค้าจีน เดือนส.ค.






















