ราคาทอง 28/8/66
โดย : บริษัท ออสสิริส จำกัด
ราคาทองคำในตลาดโลกปิดลบเล็กน้อยที่ระดับ 1,914 (+2 usd/oz)
ในวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังประธานเฟดในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole ยังคงส่งสัญญาณว่าเฟดพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อหากจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าเฟดสามารถคุมปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจจีนจะยังคงซบเซาต่อเนื่อง
สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือนสิงหาคม ทำให้ความต้องการทองคำยังไม่ฟื้น ขณะที่สัปดาห์นี้จับตารายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) พร้อมติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด
แนวโน้มราคาทองคำ
ราคาทองคำเช้านี้เปิดตลาดไปที่ 1,915 ประมาณ 31,800 กว่าบาท สำหรับราคาทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 1 บาท ภาพรวมใหญ่ราคาทองยังสามารถปิดเหนือแนวรับ 1,910 ทำให้ขาขึ้นระยะสั้นใน TF1H (ฝั่ง BUY) ยังได้เปรียบ แต่ยังไม่สามารถปิดเหนือแนวต้าน 1,920 ได้ ทำให้เกิดแรงเทขายลงมาก่อนแต่ยังมองว่าเป็นการย่อตัวเพื่อขึ้นต่อ
แนะหาจังหวะซื้อตอนราคาย่อตัว โดยทองจะสามารถขึ้นต่อหากสามารถเบรคแนวต้าน 1,923 โดนมีเป้าหมายถัดไปที่ 1,930-1,943
ข้อมูลทางสถิติ
หากย้อนดูสถิติการเคลื่อนไหวทองในเดือนสิงหาคมย้อนหลัง 10 ปี เราพบว่าราคาทองส่วนใหญ่จะปรับตัวลดลงในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเกือบ 90% ก่อนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวช่วงเข้ากลางถึงปลายเดือนสิงหาคม มองว่าเป็นจังหวะดีในการทยอยเข้าซื้อช่วงต้นเดือน
ราคาทองคำเมื่อวาน High 1,923 Low 1,903
การลงทุนทองคำ
Gold Spot:
แนวรับ : 1,910 1,905
แนวต้าน : 1,923 1,930
ทองคำ96.5%:
แนวรับ : 31,800/31,750บาท
แนวต้าน : 31,900/32,000บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
ค่าเงินบาท
เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ 35.00-35.20 บาทต่อดอลลาร์
กองทุน SPDR ถือครอง 884.04ตัน (คงที่)
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุด อยู่ที่ระดับ 5.25-5.50% ในเดือนที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนกันยายนโดยคาดการณ์อยู่ที่ 80.5% ขณะที่อีก 19.5% คาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย อ้างอิงจาก CME GROUP






















