ราคาทอง 4/7/66
โดย : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS GOLD)
ราคาทองคำกลับมาทรงตัว หลังมี Technical Rebound ขึ้นมาในวันจันทร์
ขณะที่ภาพรวมตลาดยังคงมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง โดยมีบางช่วงราคาทองคำดีดกลับขึ้นไปที่บริเวณ 1,930 เหรียญ ก่อนจะลงมาปิดที่ 1,921 เหรียญ
เมื่อวานนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ Final Manufacturing PMI ออกมาใกล้เคียงเดิม ขณะที่ ISM Manufacturing PMI และ ISM Manufacturing Prices ออกมาลดลงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตหดตัวลดลง
ด้านดัชนีดอลลาร์เมื่อวานนี้เปิดที่ระดับ 102.95 จุด และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 103.27 จุด ก่อนลงมาปิดที่ 102.97 จุด โดยเช้านี้ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวอยู่ที่บริเวณ 102.96 จุด
ค่าเงินบาทแข็งค่าลงอย่างรวดเร็วกลับลงมาทดสอบแนวรับระยะสั้นที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าด้านการเมือง โดยได้เปิดประชุมสภาฯ รวมถึงการเลือกประธานสภาฯ ซึ่งหากผลการเลือกเป็นไปตามที่คาดการณ์ ค่าเงินบาทอาจมีโอกาสพลิกกลับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของค่าเงินบาทส่งผลให้ราคาทองคำไทยปรับตัวลดลง โดยราคาทองไทยลงมาทดสอบแนวรับระยะสั้นที่ 31,800 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองตลาดโลกยังทรงตัวที่บริเวณเดิม
กองทุนทองคำ SPDR เมื่อวานนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 921.9 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 4.26 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบลักษณะ Sideways down โดยมีแนวต้านหลักที่ 1,950 เหรียญ ซึ่งราคาทองคำยังคงหาความชัดเจนของทิศทางในการปรับขึ้นได้ไม่มากนัก และเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดของสหรัฐฯ (Independence Day) จึงคาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับที่ 1,900 เหรียญ และแนวต้านที่ 1,940 เหรียญ
สำหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,930 เหรียญ และแนวต้าน 1,970 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,910 เหรียญ และแนวต้าน 1,950 เหรียญ สำหรับราคาทองคำไทยมีแนวรับที่ 31,600 บาท/บาททองคำ และมีแนวต้านที่ 32,000 บาท/บาททองคำ
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำลงทุนตามกรอบแนวโน้ม Sideways Down ตามการแกว่งตัวของราคาระหว่างวัน บริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม กำหนดจุดหยุดขาดทุนทุกครั้งที่ทำการเปิดสถานะ
– นักลงทุนที่ถือ Long Position
เทรดระยะสั้นเก็งกำไรในกรอบ รอเข้าซื้อเมื่อราคาลงมาบริเวณแนวรับและรีบปิดเมื่อราคาดีดตัวกลับ เน้นการควบคุมความเสี่ยง และควรมี Stop Loss หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
เก็งกำไรในกรอบ เปิดสถานะตามแนวต้าน และปิดทำกำไรตามแนวรับ ติดตามการแกว่งตัวของราคาระหว่างวัน






















