ราคาทอง 25/3/68
โดย : YLG Bullion
วานนี้ ทองปิดลบ 11.91 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่ารัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) แบบเจาะจงเป้าหมาย มากกว่าที่จะบังคับใช้เป็นวงกว้าง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า
นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดอลลาร์ที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือนมี.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ส่วนเฟดชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ +0.18 ในเดือนก.พ. จากระดับ -0.08 ในเดือนม.ค.
ตารางสรุปแนวรับ-แนวต้าน
GOLD | |||
เเนวโน้ม | Consolidation | ||
กลยุทธ์ | Long เมื่อราคาพักตัว | ||
GOLD SPOT | |||
แนวต้าน | 3,033 | 3,047 | 3,057 |
แนวรับ | 3,000 | 2,988 | 2,968 |
STOP LOSS | 2,968 | ||
GOLD 96.5% | เงินบาท | 33.97 | |
แนวต้าน | 48,850 | 49,050 | 49,200 |
แนวรับ | 48,300 | 48,100 | 47,750 |
STOP LOSS | 47,750 |
คำแนะนำ
วานนี้ราคายืนเหนือ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ทำให้ราคาเข้าสู่ชุดดีดตัวระยะสั้น แต่หากยังไม่ผ่าน ATH ที่ 3,057 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะทำให้ราคายังคงอยู่ในช่วงของการ Sideway เพื่อพักตัวสะสมกำลัง และหากกลับมาหลุด 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์จะเสี่ยงปรับฐานลึกมากขึ้นแต่ “พักเพื่อขึ้น”จะไม่หลุด 2,930 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับกลยุทธ์ เข้าซื้อหากราคาไม่หลุด 3,000-2,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 2,968 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แบ่งขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่าน 3,033 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยืน 3,033 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชะลอไปขายหากราคาไม่ผ่าน 3,047-3,057 ดอลลาร์ต่อออนซ์