โดย : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)
ราคาทอง Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน
สัปดาห์นี้ติดตามการแถลงการณ์นโยบายการเงินรอบครึ่งปี
แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว SIdeways
- ราคาทอง Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ราคาทองคำปรับตัวลงแรง จากความกังวลของการคาดการณ์การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% เป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 28 ปี และยังส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% หรือ 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. อย่างไรก็ตามภายหลังการประชุมเริ่มมีแรงซื้อทองคำเข้ามาจากที่ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 6.67 ตันจากสัปดาห์ก่อน
- สัปดาห์นี้ติดตามการแถลงการณ์นโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด นอกจากนี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนมิ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ของม.มิชิแกน และยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค.
- แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว SIdeways โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,830 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,820 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,850 ดอลลาร์ และ 1,860 ดอลลาร์
ราคาทองตลาดโลก
Close | chg. | Support | Resistance |
1,839.30 | -17.2 | 1,830/1,820 | 1,850/1,860 |
ราคาทองแท่ง 96.5%
Close | chg. | Support | Resistance |
30,700 | -100 | 30,600/30,500 | 30,900/31,000 |
โกลด์ฟิวเจอร์ส
Close | chg | Support | Resistance |
30,810 | -170 | 30,600/30,450 | 30,880/31,020 |
สามารถเข้าซื้อบริเวณ 1,830 ดอลลาร์ (GF 30,600 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,820 ดอลลาร์ (GF 30,450 บาท)
โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์
Close | chg | Support | Resistance |
1,839.70 | -10.90 | 1,832/1,822 | 1,852/1,862 |
สามารถเข้าซื้อราคา GOM22 ที่ 1,832 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,822 ดอลลาร์
ค่าเงิน
ค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว โดยค่าเงินบาทอ่อนค่ามากสุดที่ 35.28 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งค่าเงินบาทอ่อนค่าถึง 1.38% จากสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินบาทคาดว่าระยะสั้นอาจอ่อนค่าได้ต่อ สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.65 มีแนวรับที่ 34.80 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 35.40 บาท/ดอลลาร์
News
ผลสำรวจชี้สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า
นิตยสาร Newsweek เปิดเผยผลการสำรวจ พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ 7 ใน 10 คนเชื่อว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ทั้งนี้ หากประเทศใดประสบภาวะเศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกันก็จะเข้าเกณฑ์การเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผลการสำรวจดังกล่าว ซึ่งจัดทำร่วมกันระหว่างหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์และมหาวิทยาลัยชิคาโก ระบุว่า ปัจจัยสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย นักเศรษฐศาสตร์ 2% จากจำนวน 47 คนที่เข้าร่วมการสำรวจ เชื่อว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาส 4/65 หรือก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ 38% จากจำนวนดังกล่าวเชื่อว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ขณะที่ 30% เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ทูตสหรัฐเผยจีนอาจใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ยาวถึงปี 2566
นายนิโคลัส เบิร์นส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศจีนเปิดเผยว่า รัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาการใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero-Covid) เพื่อจำกัดการเดินทาง และดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ไปจนถึงปีหน้า ซึ่งนโยบายนี้จะทำให้การลงทุนของอเมริกันและยุโรปซบเซาลง นายเบิร์นส์ระบุว่า “ถ้าให้ผมสันนิษฐานอย่างตรง ๆ ก็คือ เราจะเห็นการดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงต้นปี 2566 นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลจีนกำลังส่งสัญญาณ” นอกจากนี้ นายเบิร์นส์ยังเสริมว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการเงิน โดยมีบริษัทของสหรัฐหลายแห่งดำเนินการอยู่ ยังส่งผลให้นักธุรกิจชาวอเมริกันจำนวนมากเดินทางออกจากประเทศจีน ทูตสหรัฐประจำประเทศจีนระบุด้วยว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนที่แข็งกร้าวมากขึ้นนั้นจะดำเนินเศรษฐกิจไปในทิศทางใด โดยในช่วงที่ผ่านมา จีนยังส่งสัญญาณที่คลุมเครือว่าจะเดินหน้าปราบปรามบางภาคธุรกิจ เช่น เทคโนโลยี ต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดจีนจะมีความสำคัญเกินกว่าที่บริษัทต่างชาติจะย้ายธุรกิจออกไปได้ทั้งหมด แต่นายเบิร์นส์ก็กล่าวด้วยว่า จากผลสำรวจความเห็นและการพูดคุยกับหอการค้าประจำประเทศจีนบ่งชี้ว่า บริษัทยังคงไม่มั่นใจที่จะลงทุนเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องข้อจำกัดด้านการเดินทาง
“เซเลนสกี” ถกผู้นำยุโรปประเด็นยูเครนเข้าร่วม EU-ความขัดแย้งกับรัสเซีย
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนได้พบปะกับผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และโรมาเนียที่กรุงเคียฟ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวโน้มที่ยูเครนจะเข้าร่วมสหภาพยุโรป (EU) และหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ในระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส, นายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี, นายมาริโอ ดรากี นายกรัฐมนตรีอิตาลี และประธานาธิบดีเคลาส์ โยฮันนิสแห่งโรมาเนียนั้น ปธน.เซเลนสกีได้บรรยายสรุปกับผู้นำยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์แนวหน้าและความต้องการของกองทัพยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย ปธน.เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนหวังจะได้รับอาวุธหนัก ปืนใหญ่ และระบบป้องกันขีปนาวุธที่ทันสมัยจากชาติพันธมิตร นอกจากนี้ เขายังยืนยันกับผู้นำยุโรปว่ายูเครนพร้อมดำเนินการที่จำเป็นเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ EU ด้านปธน.มาครงกล่าวว่า ยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวยุโรป และผู้นำของ 4 ประเทศล้วนสนับสนุนยูเครนในการยื่นขอเข้าเป็นสมาชิก EU นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกล่าวถึงประเด็นการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจสำหรับยูเครน การสกัดกั้นการส่งออกธัญพืชของยูเครน และการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่อรัสเซีย