Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (14-09-18 | 08:47 )l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อโดยมีแนวรับบริเวณ 1,196-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบ้างส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ในระหว่างวันราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.บริเวณ 1,212.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้นน้อยเกินคาดเพียง 0.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ประกอบกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนลดลงจากแนวโมการเริ่มต้นเจรจาการค้าครั้งใหม่ระหว่าง 2 ประเทศได้ลดความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยลง นอกจากนี้สกุลเงินยูโรพุ่งขึ้นขานรับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ประกาศว่าจะยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในช่วงสิ้นปีนี้เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขดัชนี CPI จะต่ำเกินคาดแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ย.นี้แต่อย่างใด ส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไรและอ่อนตัวลงมาปิดตลาดในแดนลบ ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -2.65 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ยอดค้าปลีก, การผลิตภาคอุตสาหกรรมและคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก UoM

ปัยจัยทางเทคนิค
หากระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,196 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือบริเวณ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,187-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
เน้นการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,196-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ECB ประกาศหั่นวงเงิน QE ครึ่งหนึ่งเริ่มเดือนหน้า และจะยุติมาตรการ QE สิ้นปีนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ECB ระบุว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไป อย่างน้อยจนถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปีหน้า นอกจากนี้ ECB ประกาศว่าจะลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงครึ่งหนึ่ง สู่ระดับ 1.5 หมื่นล้านยูโร (1.74 หมื่นล้านดอลลาร์) ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค. และจะยุติมาตรการ QE โดยสิ้นเชิงในช่วงสิ้นปีนี้

• (+) สหรัฐเผยดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค. การเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดของดัชนี CPI มีสาเหตุจากการร่วงลงของค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ และเสื้อผ้า ขณะที่ราคาค่าเช่า และพลังงานปรับตัวขึ้น เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนส.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 2.9% ในเดือนก.ค. หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค.,มิ.ย.และก.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.2% หลังจากพุ่งขึ้น 2.4% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2551

• (+) ดอลล์ร่วงหลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาด ขณะยูโรพุ่งขานรับ ECB เตรียมยุติ QE ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งจะลดแนวโน้มในการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่วนสกุลเงินยูโรพุ่งขึ้นขานรับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ประกาศว่าจะยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในช่วงสิ้นปีนี้ ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1692 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1631 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.3111 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3055 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7195 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7177 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9659 ฟรังก์ จากระดับ 0.9700 ฟรังก์ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.88 เยน จากระดับ 111.23 เยน และแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2990 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ1.2987 ดอลลาร์แคนาดา

• (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงต่ำสุดในรอบ 49 ปี กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 49 ปีในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 204,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2512 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 210,000 ราย

• (+/-) ดรากีชี้ยูโรโซนยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่เตือนผลกระทบจากสงครามการค้า นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ยูโรโซนยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และในวงกว้าง นายดรากีกล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจในอาร์เจนตินา และตุรกียังไม่ได้ลุกลามมาถึงยูโรโซนแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี นายดรากีเตือนว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความวิตกทางด้านเศรษฐกิจ "ปัจจัยสำคัญที่คุกคามเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ก็คือ ความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันทางการค้า" เขากล่าว


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ