Primary tabs

HGF : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (12-09-18 | 08:35) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

ราคาทองคำฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์
คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงาน Beige Book
แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,190-1,210 ดอลลาร์

 ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นในการซื้อขายช่วงกลางคืน หลังจากลดลงติดต่อกัน 2 วันและทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ มีแรงซื้อทองคำท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าโลก ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่าจีนเตรียมจะขอการอนุมัติจากองค์การการค้าโลก (WTO) ในวันที่ 21 ก.ย. เพื่อทำการคว่ำบาตรสหรัฐ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่รุนแรงขึ้น ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 0.26 ตันเมื่อวาน
 คืนนี้ตี 1 ติดตามการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต (Beige Book) ซึ่งเฟดจะนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจนโยบายการเงินในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ย. ซึ่งคาดเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบนี้นอกจากนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี
 แนวโน้มราคาทองคำ Spot ระยะสั้นคาดเคลื่อนไหวในกรอบ1,190-1,210 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,187-1,190 ดอลลาร์/ออนซ์ และแนวรับถัดไปที่ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,210 และ 1,213 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ

Gold-D เดือนก.ย.61
Close chg Support Resistance
1,198.00 - 1,192/1,182 1,207/1,212
กลยุทธ์การลงทุนใน Gold-D สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคา GDU18 1,212 ดอลลาร์ เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GDU18 1,192-1,212 ดอลลาร์

New
ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดย ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 108.8 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และปรับตัวขึ้นจากระดับ 107.9 ในเดือนก.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากมาตรการปรับลดภาษีและกฎระเบียบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำให้มีการเพิ่มขึ้นของยอดขาย, การจ้างงาน และการลงทุน

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $2.4 เหตุวิตกข้อพิพาทการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.ย.) อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกในระหว่างวัน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.4 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,202.2 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 14.153 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงการข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐและแคนาดาที่ยังไม่มีบทสรุป และข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมัน WTI ปิดพุ่งรับ EIA เพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.ย.) หลังจากสำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ และยังได้ปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันในสหรัฐด้วยเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนจับตาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากพายุเฮอร์ริเคน "ฟลอเรนซ์" รวมทั้งรายงานสต็อกน้ำมันดิบซึ่งทางการสหรัฐจะเปิดเผยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 1.71 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 69.25 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.69 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 79.06 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจาก EIA คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ WTI โดยเฉลี่ยในปี 2561 จะอยู่ที่ระดับ 67.03 ดอลลาร์/บาร์เล ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.2% จากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนส.ค. ส่วนในปี 2562 คาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 67.36 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.7% จากการคาดการณ์ครั้งก่อน

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 113.99 จุด หลังหุ้น"แอปเปิล"พุ่งหนุนกลุ่มเทคโนฯ,หุ้นพลังงานดีดแรง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี นำโดยหุ้นแอปเปิล ก่อนที่ทางบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPhone X ใหม่ 3 รุ่นในวันนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นขานรับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นกว่า 2% อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายงานล่าสุดระบุว่าจีนเตรียมขออนุมัติจากองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อทำการคว่ำบาตรสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,971.06 จุด เพิ่มขึ้น 113.99 จุด หรือ +0.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,887.89 จุด เพิ่มขึ้น 10.76 จุด หรือ +0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,972.47 จุด เพิ่มขึ้น 48.31 จุด หรือ +0.61%


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.hghfutures.com
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ