Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (07-08-18 | 08:47 )l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,222-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 7.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าจากการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้ และข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่กระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและกดดันสกุลเงินของประเทศคู่ค่าโดยเฉพาะหยวน ขณะที่การประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐวานนี้ไม่ได้กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแต่อย่างใด เนื่องจากมาตรการดังกล่าวครอบคลุมไปถึงการทำธุรกรรมซื้อขายทองคำของอิหร่านอีกด้วย ประกอบกับข้อมูลของ CFTC รายงานว่าในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค.กองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุนได้เพิ่มสถานะขาย(Short positions)สัญญาฟิวเจอร์สทองคำ COMEX สู่ระดับ 153,108 สัญญา ทำให้สถานะขายสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 42,528 สัญญาซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 บ่งชี้ถึงการคาดการณ์เชิงลบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงทำให้การซื้อขายในตลาดทองคำยังคงซบเซาต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -6.19 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS Job Openings)และการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP

ปัยจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,222-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,222-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ผู้นำอิหร่านลั่นจะทำให้สหรัฐเสียใจที่ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในวันนี้ นายฮัสซัน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะทำให้สหรัฐเสียใจที่ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในวันนี้ "อเมริกาจะต้องเสียใจที่ได้ทำการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ขณะที่พวกเขาถูกโดดเดี่ยวในโลก และพวกเขากำลังทำการคว่ำบาตรต่อลูกหลานของชาวอิหร่าน คนป่วย และชาติอิหร่าน" นายรูฮานีกล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ที่มีการถ่ายทอดสดแก่ชาวอิหร่านทั่วประเทศ หลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านในวันนี้ ด้วยการเป็นเอกภาพ และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ชาวอิหร่านจะสามารถฝ่าฟันมาตรการคว่ำบาตรในครั้งนี้ ซึ่งทรัมป์จะเรียนรู้ว่าการกดดันแบบนี้ไม่ได้ทำให้ชาวอิหร่านยอมจำนนในช่วงที่ผ่านมา และจะไม่มีทางยอมจำนนในอนาคต" เขากล่าว

• (+) สหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบแรกวันนี้ ก่อนลงดาบสองในเดือนพ.ย. การที่รัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นรัฐบาลอิหร่านในการเข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ, การทำธุรกรรมในสกุลริอัลในบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ หรือในการออกพันธบัตร, การทำธุรกรรมซื้อขายทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ รวมถึงถ่านหิน อลูมินัม และเหล็กสำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และการผลิตรถยนต์ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับมหาอำนาจทั้ง 6 ชาติในปี 2558 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ ทั้งนี้ มาตรการที่สหรัฐใช้คว่ำบาตรอิหร่านในวันนี้ ถือเป็นมาตรการรอบแรก ก่อนที่สหรัฐจะออกมาตรการคว่ำบาตรรอบ 2 ในเดือนพ.ย. ซึ่งจะพุ่งเป้าไปยังการทำธุรกรรมของธนาคารกลาง การส่งออกน้ำมัน และการขนส่งสินค้าทางเรือของอิหร่าน

• (-) ซีอีโอเจพีมอร์แกนเชสเตือนนักลงทุนรับมือบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งแตะ 5% นายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพี มอร์แกน เชส กล่าวว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกรณีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับ 5% โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวอาจทะยานขึ้นมากกว่าระดับ 4% ที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ "ผมคิดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรควรอยู่ที่ 4% ในขณะนี้ และคุณควรเตรียมพร้อมรับมืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นแตะ 5% หรือสูงกว่านั้น สิ่งนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้นกว่าที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้" นายไดมอนกล่าว

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 39.60 จุด ขานรับนลท.เชื่อมั่นผลประกอบการ,หุ้นเทคโนฯพุ่ง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ได้สกัดแรงบวกของตลาดในระหว่างวัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,502.18 จุด เพิ่มขึ้น 39.60 จุด หรือ +0.16% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,850.40 จุด เพิ่มขึ้น 10.05 จุด หรือ +0.35% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,859.68 จุด เพิ่มขึ้น 47.66 จุด หรือ +0.61%

• (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก เหตุสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านหนุนนลท.ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่ราบรื่นของกระบวนการ Brexit ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.39 เยน จากระดับ 111.23 เยน ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1553 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2943 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3009 ดอลลาร์


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ