Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (06-08-18 | 08:45 )l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว แต่จำเป็นต้องตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน โดยอาจรอซื้อในโซน 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากยังไม่สามารถผ่าน 1,222-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนเช่นเดิม

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ในระหว่างวันร่วงลงจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจีนประกาศในวันศุกร์ว่าจะเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยคิดอัตราภาษีในช่วง 5-25% ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือนเมื่อเทียบกับหยวนซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำให้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือนบริเวณ 1,204.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,220.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเวลาต่อมา โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าลง หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเพียง 157,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% และค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.3% ตามคาด ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ -2.06 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ปัยจัยทางเทคนิค
ความแข็งแกร่งของราคาทองคำน้อยลง ทำให้การลงทุนอาจต้องเป็นไปในลักษณะรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาแล้วค่อยเข้าซื้อ หรือ หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,222-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

กลยุทธ์การลงทุน
การเข้าซื้อยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่การเปิดสถานะขายอาจเสี่ยงพิจารณาในโซน 1,222-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุผิดหวังตัวเลขเศรษฐกิจ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) จากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ก็ได้เป็นปัจจัยถ่วงค่าเงินดอลลาร์ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1579 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1584 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 111.23 เยน จากระดับ 111.70 เยน ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.01% สู่ระดับ 95.151
• (+) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐร่วงลงมากกว่าคาดในเดือนก.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 55.7 ในเดือนก.ค. โดยอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 58.6 จากระดับ 59.1 ในเดือนมิ.ย.
• (+) มาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคบริการสหรัฐชะลอตัวในเดือนก.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ชะลอตัวสู่ระดับ 56.0 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 56.5 ในเดือนมิ.ย.
• (+) สหรัฐ-จีนเห็นพ้องการเจรจามีความสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้ง นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน และนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ ได้พบปะกันในการประชุมสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่สิงคโปร์ในวันนี้ โดยทั้งสองต่างแสดงความเห็นว่า การเจรจามีความสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกัน การแสดงจุดยืนของรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนและสหรัฐดังกล่าวมีขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า ขณะที่ทั้งสองฝ่ายตอบโต้ด้วยการใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีระหว่างกัน
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 136.42 จุด รับผลประกอบการแข็งแกร่งแม้ผิดหวังตัวเลขจ้างงาน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ (3 ส.ค.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการอันแข็งแกร่งของบริษัทต่างๆที่มีการรายงานตลอดทั้งสัปดาห์ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เพราะตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ การเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐที่ต่ำกว่าคาด ก็ได้เป็นปัจจัยจำกัดช่วงบวกในตลาด อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ตัวเลขการจ้างงานดังกล่าวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,462.58 จุด เพิ่มขึ้น 136.42 จุด หรือ +0.54% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,840.35 จุด เพิ่มขึ้น 13.13 จุด หรือ +0.46% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,812.01 จุด เพิ่มขึ้น 9.33 จุด หรือ +0.12%
• (-) จีนขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หากสหรัฐเดินหน้าเปิดศึกภาษี กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศในวันนี้ว่า จีนจะเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยคิดอัตราภาษีในช่วง 5-25% ทั้งนี้ จีนจะดำเนินการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว หากสหรัฐเดินหน้าจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีน การประกาศดังกล่าวของจีนมีขึ้น หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ ขู่ตอบโต้สหรัฐ หากสหรัฐเรียกเก็บภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์
• (+/-) สหรัฐเผยจ้างงานเพิ่มน้อยกว่าคาดในเดือนก.ค. ขณะอัตราว่างงานลดลงสู่ 3.9% กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.ค. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 157,000 ตำแหน่ง โดยเป็นตัวเลขการเพิ่มขึ้นต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี หลังจากแตะระดับ 4.0% ในเดือนมิ.ย. ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 7 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% จากระดับ 0.2% ในเดือนมิ.ย. และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ