Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (12-02-18 | 16:46) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

แนวรับแนวต้านทองคำ

แนวรับ 1306, 1300, 1291
แนวต้าน 1328, 1337, 1346

สรุป สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลกลางสหรัฐชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 23 มี.ค. ข้อตกลงดังกล่าวอาจจะผลักดันให้ยอดขาดดุลงบประมาณทะยานเหนือ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ยังคงเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างออกไป ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เตรียมเปิดเผยรายละเอียดโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน วงเงินมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อสภาคองเกรสในวันนี้ ประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์เกิดการเคลื่อนไหวจนเป็นปัจจัยขยับเคลื่อนราคาทองคำ ทั้งนี้ ในระยะสั้นนักลงทุนจับตาสถานการณ์ดังกล่าวว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด โดยคาดว่าราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,328-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้อาจโดนแรงขายออกมาซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวัง โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง อย่างไรก็ตามหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบกรอบราคาด้านบนอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว มีแนวโน้มปรับตัวลงสู่แนวรับถัดไปที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค
แนวโน้ม Gold Spot : ราคาทองคำพยายามจะฝ่าแนวต้านแรก 1,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถ้าผ่านไปได้มีโอกาสลุ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านแรกได้ ราคาทองคำอาจลดระดับลงมาโซน 1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:
Long Position ให้มองที่ 1,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถ้าผ่านไปได้ให้รอขายทำกำไรที่แนวต้าน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่ผ่านแนวต้านแรกอาจขายทิ้งไปก่อน เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาย่อลงมาโซน 1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position รอปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาทองคำย่อลงมาบริเวณ 1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าหลุดบริเวณดังกล่าว ให้เลื่อนการปิดสถานะทำกำไรไปที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New ระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัวในทิศทางอ่อนตัวลง โดยรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,328 หรือ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,306 หรือ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ญี่ปุ่นกดดันสิงคโปร์ใช้มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือตามมติยูเอ็น นายทาโร่ โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เรียกร้องให้สิงคโปร์ปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในการใช้มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ในระหว่างการพูดคุยหารือกับ วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ในวันนี้ โดยสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายโคโนะได้ย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันไม่ให้เกาหลีเหนือหลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษ ด้วยการลักลอบขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมระหว่างเรือบรรทุกสินค้าในทะเล ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของยูเอ็น ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสิงคโปร์เองก็มีมุมมองเช่นเดียวกัน

• (-) หุ้นเกาหลีใต้ฟื้นตัวจากการปรับลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีคอมโพสิตของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.61 จุดหรือ 0.9% สู่ระดับ 2,385.38 ในช่วงปิดตลาดวันนี้ โดยดัชนีดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นขณะนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากหุ้นร่วงลงไปเกือบ 8% ติดต่อกัน 7 รอบการซื้อขาย ขณะที่ดัชนี MSCI ของเอเชีย-แปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น 1.00% หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นในรอบการซื้อขายก่อนหน้า

• (-) จีนยืนยันเตรียมใช้นโยบายสร้างงานหลายล้านตำแหน่ง นางเหมิง เว่ย โฆษกคณะกรรมการการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีนกล่าวในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จีนเตรียมส่งเสริมความพยายามสร้างงานและสนับสนุนผู้ประกอบการในปีนี้ ภายใต้ความกดดันในการหางานให้แก่ประชาชนว่างงานและบัณฑิตจบการศึกษาใหม่หลายล้านคน ทั้งนี้เธอระบุว่า จีนจำเป็นต้องสร้างงานเพื่อประชาชนจำนวน 9.7 ล้านคนที่ลงทะเบียนว่างงานและบัณฑิตจบใหม่อีก 8.2 ล้านคน รวมถึงพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการลดกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้นางเว่ย กล่าวว่า “เราจะดำเนินกลยุทธ์การจ้างงานต้องมาก่อน (employment-first) และนโยบายการจ้างงานเชิงรุกมากขึ้น และส่งเสริมการจ้างงานและผู้ประกอบการอย่างแข็งขัน” พร้อมระบุว่าการปกป้องตำแหน่งงานคือปัจจัยพื้นฐานของนโยบายการเติบโตอย่างมั่นคงของจีน

• (-) ECB วิตกสหรัฐใช้อิทธิพลการเมืองต่อ FX นายอีวัลด์ โนวอทนี เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า ECB มีความวิตกว่า สหรัฐกำลังใช้"อิทธิพลทางการเมือง" ต่ออัตราแลกเปลี่ยน และจะทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นหลักในการประชุม G20 ที่จะจัดขึ้นเดือนหน้าในอาร์เจนตินา ทั้งนี้คำกล่าวของนายโนวอทนีสะท้อนถึงคำกล่าวของเขาเมื่อต้นเดือนนี้ที่เขาระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐจงใจสร้างแรงกดดันช่วงขาลงต่อดอลลาร์ นอกจากนี้นายโนวอทนีกล่าวว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจในเชิงบวกในสหรัฐซึ่งรวมถึงการว่างงานที่ระดับต่ำ, การขยายตัวที่แข็งแกร่ง และเงินเฟ้อที่ระดับต่ำไม่ได้มาจากนโยบายของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แต่มาจากนโยบายของอดีตปธน.บารัคโอบามา

• (-) เงินเอเชียส่วนใหญ่ฟื้นตัวตามตลาดหุ้นภูมิภาค สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ โดยเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น 0.3% ส่วนเงินริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการปรับขึ้นของสัญญาล่วงหน้า S&P หลังจากสภาคองเกรสสหรัฐลงนามข้อตกลงซึ่งจะทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณของสหรัฐมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ทั้งนี้ตลาดหุ้นเอเชียแสดงสัญญาณการฟื้นตัวในวันนี้จากการแห่เทขายอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่านักลงทุนยังคงระมัดระวัง ก่อนการเผยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในวันพุธนี้ ด้านนาย Khoon Goh หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียของธนาคาร ANZ Banking Group (สิงคโปร์) ระบุว่า “การปรับตัวในทิศทางบวกมากขึ้นของตลาดสหรัฐในคืนวันศุกร์ได้สร้างความผ่อนคลายต่อตลาดที่เปิดตามมา ดังนั้นเราจะเห็นการฟื้นตัวมากขึ้นหลังจากเกิดการแห่เทขายในสัปดาห์ที่ผ่านมาและนั่นเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของสกุลเงินเอเชีย ซึ่งได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของหุ้นเอเชีย


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ