Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (29-01-18 | 08:48) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา โดยเปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,344-1,342 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้และให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหลังจากฟื้นตัวเพียงแค่ระยะสั้นจากการให้สัมภาษณ์สนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดเผยประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 4/2017 ของสหรัฐที่ขยายตัวเพียง 2.6% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 3% และต่ำกว่าระดับ 3.2% ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ตามราคาทองคำถูกสกัดช่วงบวกไว้ด้วยการพุ่งขึ้นสู่ระดับประวัติการณ์ของดัชนีหุ้นสำคัญของตลาดวอลล์สตรีท โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้น 223.92 จุดขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งซึ่งการพุ่งขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ -1.18 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการใช้จ่ายส่วนบุคคล, รายได้ส่วนบุคคลเดือนธ.ค.และดัชนีค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล(Core PCE) เดือนธ.ค.ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ให้ความสำคัญเพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางดอลลาร์และราคาทองคำ

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,344-1,342 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีแนวโน้มดันขึ้นสู่บริเวณ 1,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนดังกล่าวขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่จะออกมา สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,376 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,344-1,342 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,342 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,366-1,376 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) สหรัฐเผย GDP ขยายตัว 2.6% ใน Q4/60 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 3% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ที่ระดับ 2.6% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3% และต่ำกว่าระดับ 3.2% ในไตรมาส 3 ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว, 3.1% ในไตรมาส 2 และ 3.2% ในไตรมาส 3 เมื่อพิจารณาทั้งปีที่แล้ว เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 2.3% หลังจากที่เติบโตเพียง 1.5% ในปี 2559 อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 3% ในปีนี้ ตามเป้าหมายของรัฐบาลทรัมป์ จากปัจจัยบวกของดอลลาร์ที่อ่อนค่า และเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง รวมทั้งแรงกระตุ้นจากมาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล

• (+) รัสเซียเตือนสหรัฐการคว่ำบาตรกระทบความสัมพันธ์ ขณะลั่นเตรียมออกมาตรการตอบโต้ นายเลโอนิด สลัตสกี ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ประจำสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย กล่าวว่า การที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ถือเป็นการกระทำที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐย่ำแย่ลง นายสลัตสกียังกล่าวว่า รัสเซียจะตอบโต้ต่อการคว่ำบาตรดังกล่าว ทั้งนี้ สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ในวันนี้ เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัสเซียประกาศผนวกคาบสมุทรไครเมียจากยูเครนในปี 2557 และเข้าสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย 21 คน และบริษัท 9 แห่งในวันนี้

• (+) ดอลล์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก แม้ ทรัมป์ หนุนดอลล์แข็งค่า สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมากล่าวสนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยนสู่ระดับ 108.67 เยน จาก 109.42 เยน และอ่อนค่าเทียบฟรังก์สวิสที่ 0.9353 ฟรังก์ จาก 0.9425 ฟรังก์ ยูโรแข็งค่าเทียบดอลลาร์แตะ 1.2421 ดอลลาร์ จาก 1.2394 ดอลลาร์ ขณะที่ปอนด์ก็แข็งค่าเทียบดอลลาร์ที่ระดับ 1.4157 ดอลลาร์ จาก 1.4124 ดอลลาร์

• (-) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนธ.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.8% ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา

• (-) หุ้นอินเทล, กลุ่มดูแลสุขภาพหนุนตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท รายงานผลประกอบการล่าสุด รวมถึงจากบริษัทอินเทลและ AbbVie ตลอดจนความอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ได้หนุนดัชนีหุ้นสำคัญของตลาดหลักทรัพย์วอลล์ สตรีทให้ทะยานสู่ระดับประวัติการณ์ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้น 223.92 จุด หรือ 0.85% สู่ระดับ 26,616.71 ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา, ดัชนี S&P500 ปรับเพิ่มขึ้น 33.62 จุดหรือ 1.18% สู่ระดับ 2,872.87 และดัชนี Nasdaq ปรับเพิ่มขึ้น 94.61 จุดหรือ 1.28% สู่ระดับ 7,505.77

• (+/-) ทรัมป์ขึ้นเวที WEF กล่าวสุนทรพจน์ชูเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง ขณะเชิญชวนประเทศต่างๆ ลงทุนในสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้ โดยได้กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างมาก หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปีที่แล้ว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการปฏิรูปภาษีของเขาได้ทำให้บริษัทสหรัฐกลับมาลงทุนในประเทศ และเขายังได้กล่าวเชิญชวนประเทศต่างๆ เข้าลงทุนในสหรัฐ ปธน.ทรัมป์ยังได้กล่าวปกป้องนโยบาย"อเมริกาต้องมาก่อน" โดยกล่าวว่า คำว่า'อเมริกาต้องมาก่อน' ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์อเมริกาเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัว เศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวเช่นกัน นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวย้ำถึงการทำการค้าที่เสรี และเป็นธรรม


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ