Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (12-09-17 | 08:48) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
หากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,347 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จำเป็นต้องชะลอการเปิดสถานะขายออกไปก่อน ทั้งนี้ ควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 19.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเกิดแรงขายกดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอันเนื่องมาจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในเกาหลีเหนือหลังเกาหลีไม่ได้ทำการทดสอบขีปนาวุธในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาได้อ่อนกำลังลงโดยมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับ 1 ขณะที่เคลื่อนตัวในรัฐฟลอริดาและไม่ได้สร้างความเสียหายมากเท่ากับที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง อีกทั้งยังหนุนดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 259.58 จุดหรือ 1.19% สู่ระดับ 22,057.37 ส่วนดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นมากกว่า 1% สู่ระดับปิดสูงเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มเติมที่กดดันให้ราคาทองคำร่วงลง 1.4% ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ 1.18 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กเดือนส.ค.จาก NFIB และตัวเลขการเปิดรับสมัครตำแหน่งงานใหม่ JOLTS เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางสกุลเงินดอลลาร์และราคาทองคำ

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,316-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอ หรือ ไม่มีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น แต่หากมีแรงซื้อมากพอจนราคาผ่านแนวต้าน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,347 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
หากราคาหลุด 1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การเปิดสถานะซื้อใหม่อาจต้องชะลอออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม อยากให้พิจารณาแรงซื้อแรงขายในช่วงนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่หากราคาดีดกลับจนสามารถยืนเหนือ 1,347 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การถือสถานะขายยังต้องระมัดระวังเช่นกัน

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) UNSC มีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ มุ่งตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการละเมิดมติของ UNSC มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ระบุให้ลดการส่งออกน้ำมันให้กับเกาหลีเหนือลงเกือบ 30% ห้ามเกาหลีเหนือทำการส่งออกสิ่งทอทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 800 ล้านดอลลาร์ และห้ามไม่ให้ชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศ ทั้งนี้ ผลจากการใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ซึ่งเป็นครั้งที่สามในรอบห้าสัปดาห์ จะทำให้ปัจจุบันการส่งออกของเกาหลีเหนือถูกระงับถึง 90%

• (-) ดอลล์ฟื้นตัวหลังคลายวิตกพายุเออร์มา,เกาหลีเหนือ ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการที่พายุเฮอริเคนเออร์มาอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และเกาหลีเหนือไม่ได้ทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างที่วิตกกัน ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุลปรับตัวขึ้น 0.66% สู่ระดับ 91.957 หลังร่วงต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 91.011 เมื่อวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของพายุเฮอริเคนเออร์มาที่จะมีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐ ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับเยน โดยปรับตัวขึ้นวันเดียวมากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์ในรอบเกือบ 8 เดือน ยูโรอ่อนค่าลง 0.68% สู่ 1.1951 ดอลลาร์หลังนาย Benoit Coeure กรรมการธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของยูโรโซนอาจช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบจากการแข็งค่าของยูโร แต่ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดเยื้ออาจถ่วงเงินเฟ้อลง

• (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 259.58 จุด ตลาดคลายกังวลพายุเออร์มา,เกาหลีเหนือ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากพายุเฮอร์ริเคน "เออร์มา" อ่อนกำลังลง และไม่ได้สร้างความเสียหายมากเท่ากับที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคลายความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี หลังจากที่เกาหลีเหนือไม่ได้ยิงขีปนาวุธหรือทดสอบนิวเคลียร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,057.37 จุด พุ่งขึ้น 259.58 จุด หรือ +1.19% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,488.11 จุด เพิ่มขึ้น 26.68 จุด หรือ +1.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,432.26 จุด เพิ่มขึ้น 72.07 จุด หรือ +1.13% ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคักเมื่อคืนนี้ หลังจากศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐ (NHC) รายงานว่า พายุเฮอร์ริเคนเออร์มาได้อ่อนตัวลง โดยมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับ 1 ขณะที่เคลื่อนตัวในรัฐฟลอริดา ทั้งนี้ NHC คาดว่า พายุเออร์มาจะอ่อนแรงลงกลายเป็นพายุโซนร้อน และจะอ่อนกำลังลงจนกลายเป็นพายุดีเปรสชั่นในช่วงบ่ายของวันนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบยิงขีปนาวุธหรือนิวเคลียร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผิดไปจากที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธในวันเสาร์ที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติ เหมือนกับที่เคยยิงทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ฉลองวันชาติเมื่อปีที่แล้ว

• (+/-) น้ำมันดิบพุ่งขึ้นขณะโรงกลั่นน้ำมันเปิดทำการ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันจันทร์ ในขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐเริ่มเปิดทำการอีกครั้ง หลังจากที่ปิดทำการไปเพราะพายุเฮอริเคนฮาร์วีย์ โดยการเปิดโรงกลั่นจะช่วยหนุนการแปรรูปน้ำมันดิบ ทางด้านราคาเชื้อเพลิงดิ่งลง เพราะมีแนวโน้มว่าพายุเฮอริเคนเออร์มาจะส่งผลลบต่ออุปสงค์ในน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 59 เซนต์ หรือ 1.2 % มาปิดตลาดที่ 48.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 47.00-48.27 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย.ที่ตลาดกรุงลอนดอนขยับขึ้น 6 เซนต์ หรือ 0.1 % สู่ 53.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 53.04-54.14 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากความเป็นไปได้ที่จะมีการต่ออายุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันออกไป


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ