Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (11-09-17 | 08:44) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,347-1,358 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,327 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 2.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไรหลังราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. ปี 2016 ที่ 1,257.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน อย่างไรก็ดีราคาทองคำยังคงทรงตัวรักษาระดับไว้ได้โดยได้รับแรงหนุนเนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกว่าเกาหลีเหนือจะกระทำการยั่วยุในงานฉลองวันก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจากความกังวลว่าพายุเฮอริเคนเออร์มาซึ่งกำลังจะพัดเข้าสู่รัฐฟลอริดาอาจสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงต่อไปในปีนี้ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้อีกด้วย ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ 2.37 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ แต่อาจต้องจับตาต่อเนื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี และความเสียหายของสหรัฐจากพายุเฮอริเคนเออร์มา

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำสามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้อย่างต่อเนื่อง แต่การดีดตัวขึ้นค่อนข้างจำกัดแสดงถึงแรงขายในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,327 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,347-1,358 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,327 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,327 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,347-1,358 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) สหรัฐเรียกร้อง UNSC ลงมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่จันทร์นี้ คณะผู้แทนสหรัฐประจำสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อลงมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ สืบเนื่องจากเกาหลีเหนือได้ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สหรัฐได้เดินหน้ากดดัน UN ให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยการประชุม UNSC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นางนิกกี้ ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้คณะมนตรีบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ พร้อมระบุว่า "มีเพียงมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดเท่านั้นที่จะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาได้ เราใช้แนวทางเดิมมาโดยตลอด ซึ่งแม้จะมีความตั้งใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่เป็นผล" ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า UNSC ขณะนี้กำลังพิจารณาคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ โดยเน้นเรื่องน้ำมัน เพื่อกดดันให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ โดยเนื้อหาดังกล่าวมาจากร่างมติคว่ำบาตรฉบับแรกที่สำนักข่าวเกียวโดได้รับเมื่อวันพุธ เนื้อหาดังกล่าวระบุว่า ประเทศสมาชิก UN จะ "ห้ามไม่ให้มีการจัดหา ขาย หรือเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม" ครอบคลุมน้ำมันดิบ คอนเดทเสท ปิโตรเลียมสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติเหลวทุกประเภท ให้กับเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ มติดังกล่าวยังเตรียมห้ามไม่ให้มีการจ้างงานและจ่ายค่าจ้างให้กับแรงงานเกาหลีเหนือ หากจ่ายแล้วกลายเป็นแหล่งรายได้ของรัฐบาล เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ นอกจากนี้ มติดังกล่าวระบุว่า ประเทศสมาชิก UNSC "จะขับไล่" แรงงานเกาหลีเหนือที่ไม่ได้รับการยกเว้นจากการประเมินเป็นรายกรณีด้วย และยังเรียกร้องให้มีการอายัดทรัพย์สินของนายคิม จอง อึน ในฐานะที่เป็นผู้นำพรรคแรงงานเกาหลี และผู้นำรัฐบาลเกาหลีเหนือ คำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าวครอบคลุม "เงินทุนทั้งหมด รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินและทรัพยากรทางเศรษฐกิจอื่นๆ" นอกดินแดนเกาหลีเหนือ ที่นายคิม พรรคของนายคิม หรือรัฐบาลเกาหลีเหนือ เป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุมทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่นเดียวกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่ในนามด้วย
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังนักลงทุนลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดเงินนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนได้ปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนที่แนะนำให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 107.80 เยน จากระดับ 108.57 เยน ส่วนค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2028 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2007 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเนื่องจากนักลงทุนปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดย CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatchวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสเพียง 31% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นี้
• (-) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 0.6% โดยมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% ทั้งนี้ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งดีดตัวขึ้นใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ทำไว้ในเดือนมิ.ย.
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 13.01 จุด หลังหุ้นประกันภัยฟื้นตัว ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นประกันภัย แต่ดัชนี S&P500 และ NASDAQ ปิดปรับตัวลง อันเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาที่กำลังจะเคลื่อนถล่มรัฐฟลอริดาและการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,797.79 จุด เพิ่มขึ้น 13.01 จุด หรือ +0.06% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,461.43 จุด ลดลง 3.67 จุด หรือ -0.15% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,360.19 จุด ลดลง 37.68 จุด หรือ -0.59%


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ